Archive for the ‘จิปาถะ สบายๆ’ Category:
กราบขอโทษเพื่อนๆอีกซักรอบ เพราะไม่ได้ขีดเขียนเเรื่อง Social Network marketing แบบละเอียดอีกแล้วครับ พอดีว่าผมติดภาระกิจ ไปร่วมกิจกรรมสัมมนากับ เพื่อนๆที่ Budget Car Rental Thailand ครับ เป็นกิจกรรมช่วยลดโลกร้อนครับ ชื่อกิจกรรมก็ “Budget Care” ตอน “ย่ำเลน เกณฑ์กันปลูกป่า” ซึ่งได้โอกาสไปพักผ่อนกับบรรยากาสแสนสบายที่ บ้านคลองโคนรีสอร์ท ครับ ผมเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้ชมของรีสอร์ทนะครับ ไม่คิดว่า จังหวัดที่มีป่าชายเลนพื้นที่โล่งๆ สบายตาจะให้ความรู้สึกสบายใจ ได้ขนาดนี้ครับ ถือว่าชาร์ตแบตได้อย่างดีเลย งานนี้มีพลังในการขีดเขียนได้อย่างดีเลยครับ เด๋วเตรียมพบบทความที่ เกเรไม่เขียนนะครับ หุหุหุ สวัสดีครับ


กลับมาเขียนบทความกันอีกคำรบแล้วนะครับ ช่วงนี้ผมมีงานยุ่งๆในการทดสอบรูปแบบการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะ Social Network Marketing ครับ ทดลองไปเขียนมาเล่าสู่กันฟังครับ สำหรับวันนี้ผมก็ขอหยิบยก สุดยอด Social Network site ที่มาแรงสุดๆ(ผมว่าไม่มีใครแรงกว่านี้แล้วนะครับ) Facebook.com ว่ากันว่า Facebook นั้นมีผู้ใช้งานทั่วโลกร่วมๆ 80 ล้าน ยูสเซอร์ เข้าไปแล้วนะครับ ซึ่งเป็นผู้ที่มักมีพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยผ่าน
อินเตอร์เน็ต!! ใช่แล้วครับ ซึ่งบรรดาผู้ใช้งาน Facebook นั้นมีช่วงอายุต่างๆ หลายๆอาชีพ หลายๆความชอบ ซึ่งแบ่งออกปลีกย่อยไปมากมาย กลายเป็นความชอบเฉพาะกลุ่ม (Niche) และจัดตั้งกลุ่มต่างๆมากมาย Facebook นั้นทำอะไรได้มากมาย มีแอปปลิเคทชั่นต่างๆ มากมาย เช่นเกมส์ แบบสำรวจ(Poll) กลุ่มแนวร่วมต่างๆ (Groups) สำหรับประวัติความเป็นมาแบบย่อๆของ Facebook นั้นถือกำเนิดมากจาก Harvard University (ชื่อดังเลยหละ) โดยผู้ก่อตั้งที่ชื่อว่า Mark Zuckerberg และก็ได้เพื่อนๆในคณะ ที่ชื่อ Dustin Moskovitz และ Chris Hughes จะว่าไปแล้วทั้งสามคนนี้ก็เป็นเศรษฐีไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมกับเพื่อนๆจะสามารถตักตวงผลประโยชน์จาก Social Network อย่าง Facebook นั้นก็คือ การทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม เพื่อโปรโมทเว็บไซต์, บล็อกของเรา โดยมีจุดขายที่ตรงกลุ่มกับสมาชิกใน Facebook ที่มีความชอบ(อาจเป็นตัวสินค้า) หรือเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ ซึ่งตอนนี้นั้นกระแสกรทำการตลาดผ่าน Facebook นั้นมาแรงอย่างมากครับ วันนี้ผมจะขอพูดถึงข้อมูลโครงสร้างคร่าวๆใน Facebook ที่เราควรรู้กันบ้างพอหอมปากหอมคอนะครับ
1. Facebook Groups จัดกลุ่มสุ่มสร้างแบรนด์!!
เราสามารถที่จะสร้างกลุ่มหรือ Group ได้ เพื่อใช้ในการเป็นสื่อกลางระหว่างเพื่อนๆของเราที่มีความชอบแบบเดียวกัน เข้ามาพปปะสังสรรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเราเองก็สามารถที่จะสร้างแบรนด์สินค้าไปในตัวได้ครับ เห็นข้อดีแล้ว ลองมาดูตัวอย่าง เล็กๆน้อยๆนะครับ เช่น หากเรามีร้านอาหารทะเลในพัทยา จากนั้นเราก็สร้างกลุ่ม “Pattaya Lover” ประมาณนี้ แล้วก็ชักชวนเพื่อนๆใน Facebook มาเข้ากลุ่ม โดยผลประโยชน์ที่เราจะได้นั้นก็คือ การทำตลาดไปพร้อมกัน ในการสร้างกลุ่มขึ้นมาครับ(ใครอยากรู้รายละเอียด ก็คอมเม้นท์มาเยอะนะครับ ฮิ้วๆ)
ท่านประธานธิบดีของอเมริกาก็ใช้ Facebook Group ในการหาเสียงด้วยนะครับ
2. Facebook Pages ได้เวลาหาแฟนคลับให้กับตัวเองแล้ว!!
จะว่าไปแล้วการมี Group ก็ถือว่าเจ๋งพอตัวแล้ว แต่ว่า Facebook Pages มันมีลูกเล่นมากกว่านั้นอีกครับ เพราะว่า Facebook Pages นั้นมันทำอะไรได้เยอะกว่านั้นอีกครับ เราสามารถสร้างกลุ่ม Fanclub ในห้า Pages ที่เราสร้างขึ้นได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นผมเป็น Artist หรือศิลปินชื่อดัง ผมสร้างหน้าขึ้นมาซึ่งทาง Facebook จะมี application โปรแกรมลูกเล่น เช่น Slideshow มาเพิ่มสีสันลูกเล่นให้น่าสนใจ แฟนๆก็กลับมาเข้าชมเรื่อยๆครับ (จริงๆรายละเอียดมันเยอะมากๆนะครับ คงเอามาอธิบายทีเดียวไม่หมดครับ)

นี่คือ Faebook Page ของท่านนายกอภิสิทธิ์ของเราครับ ที่ลิงค์http://www.facebook.com/pages/Abhisit-Vejajiva/17171146143
Facebook นั้นยังมีลูกเล่นอื่นๆอีกมากมายซึ่งเหล่า Online Marketers สามารถนำมาใช้งานได้เป็นอย่างดีเช่น
1. Facebook Events
2. Poll , Networks& Beacon
3. Marketplace
4. Application
ยังมีลูกเล่นอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย คอยตามข่าวกันให้ทันเถอะครับ หุหุหุ เอาเป็นว่า ผมจะลงรายละเอียดตามคอมเม้นท์ที่ต้องการนะครับ กลัวว่าเขียไปแล้วจะไม่มีคนอ่าน หุหุหุ
ทรงชัย ณะอำภัย(ต๊ะ)
Full Story »
Filed under SEM News, Songchai SEO Tips, Uncategorized, จิปาถะ สบายๆ
Tags:Chris Hughes, Dustin Moskovitz, Facebook, Facebook Group, Facebook Pages, Harvard University, Mark Zuckerberg, Slideshow, Social Media site, Social Network Marketing, กลุ่มแนวร่วม, การตลาดใหม่ๆ, จัดกลุ่มสุ่มสร้างแบรนด์, ทรงชัย ณะอำภัย, ประธานธิบดีของอเมริกา, สร้างแบรนด์สินค้า, แบบสำรวจ
สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลง หุหุ หายไปเกือบสองอาทิตย์อีกแล้วซิครับ ก็ขอเวลาไปผักผ่อนบ้าง ช่วงนี้งานมันเคลียร์ไปเยอะ ก็เลยพาครอบครัวไปเกาะช้างมาซะหน่อยครับ แต่หลังจากกลับมาได้ไม่นาน งานก็เข้าครับ….เข้าเฝือก..เนื่องจากความทุ่มเท่ในเกมส์กีฬามากไปซํกนิดส์นึง กับฟุตบอลเจ็ดคนที่ ผมมักเข้าร่วมแข่งขันครับ เนื่องจากต้นสังกัดของผมหวังผลมากกับสามคะแนน เพื่อกรุยทางไปรอบสอง อิอิ โม้ซะยาวเหยียด เรื่องของเรื่องก็กระดูข้อเท้าผมมันเคลื่อนเล็กน้อย ต้องเข้าเฝือก ซักสามอาทิตย์ งานนี้คงจะมีเวลาหยุดยาวๆ ถึงวันที่ 24 เลยครับ ก็เลยตั้งใจว่าจะเขียนบทความดีๆ และมีประโยชน์ออกมาซะหน่อยครับ
วันนี้ขอพูดถึงเรื่อง Social Network Marketing อีกซักครั้งนะครับ เพราะกระแส Twitter ในบ้านเราก็ตามตูดต่างประเทศแบบกระชั้นชิด ชนิดที่ว่า ทวีตกันทั้งวันทั้งคืน ส่วนตัวผมเองก็ใช้ Twitter มาเป็นสถานที่ปล่อยข้อความและความเคลื่อนไหวในชีวิตตัวเอง รวมทั้งโปรโมตเว็บไซต์ด้วย!!! ก็ใครบ้างละจะไม่ชอบให้บอทมันไต่ตามลิงค์ไปยังเว็บไซต์ตัวเอง หุหุหุ สำหรับกระแสของ Social Network นั้นจัดว่าแรงโครตๆครับ ถ้าถามกัน ณ วันนี้ นาทีนี้สาวกบนโลกไซเบอร์ ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Facebook แน่นอนครับ Hi5 ที่ว่าแน่ๆ ตอนนี้โดนทิ้งท้ายไปแบบไม่เห็นฝุ่นแล้วครับ จะว่าไปแล้วเรื่องการตลาดในลักษณะนี้ Social Network Marketing ก็เปรียบได้ดัง Viral Marketing (การตลาดแบบบอกต่อ ปากต่อปาก) นั่นเอง เพราะมีการบอกต่อๆกัน ในสังคมของคนบนโลกออนไลน์ครับ แต่กระแสมันอาจจะแรงมากๆ จนกลายเป็น Talk of the Town แบบว่า ดังทั่วเมืองเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจุดหักเหของความดังก็อยู่ที่ ข่าว หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย ว่ามีความเจ๋ง ความสุดยอดที่ไม่มีใครเหมือน หรือเหตุการณ์ ภาพ คลิป(ไม่ต้องโป๊ก็ได้) ที่มันโดน!! แล้วส่งต่อๆไปเรื่อยๆ
ตัวอย่าล่าสุดที่เห็นได้ชัดมากๆ ก็เรื่องของคลิป Wonder Gay ที่มียอดคนนับล้าน!!! ครั้งใน Youtube หุหุหุ ใครไม่เคยผ่านตา ผมเอาลิงค์มาฝากด้วย อิอิอิ Wonday Gay.
สำหรับหลายๆคนแล้ว เรื่อง Social Network อาจฟังดูแล้วไม่เข้าใจว่า มันจะช่วยทำให้เราขายของได้ หรือทำให้เว็บไซต์ หรือบล็อกเราเป็นที่รู้จักได้อย่างไร จริงๆแล้วหลักการทำงานของมัน หมูมากๆ เข้าใจได้ง่ายๆ ครับ ยกตัวอย่าง Twitter นะครับ ซึ่งมันคือ Micro Blogging โดยแบ่งส่วนสำคัญเป็นสองส่วนคือ Followers ผู้ที่ติดตามรับความเคลื่อน และ Followings คือคนที่เรารับฟังความเคลื่อนไหวครับ ซึ่งในบางครั้งก็จะมีการโพสลิงค์บทความหรือ ลิงค์ขายสิค้าต่างๆ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบุคคลที่เราติดตามนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องน่าสังเกตุว่า…Twitter สามารถโพสข้อความที่เป็นลิงค์ได้ Links อะนะ ผมว่าสิ่งที่เราต้องการคือ บอท หรือแมงมุม ที่จะวิ่งไปมา ไต่ตอมเข้าเว็บนู้นออกเว็บนี้ไปมา หรือจะเป็นการโพสลิงค์เพื่อขายของ หรือลิงค์แบบสมัครต่อ ที่เรียกว่า Refers links ก็ได้ครับ
จะว่าไปแล้วมันเป้นอะไรที่มีความละเอียดอ่อนมากๆครับสำหรับ Social Network Marketing
เอาเป้นว่าเด๋วผมจะขอทุ่มเทแรงกายเจาะรายละเอียด Twitter แบบละเอียดยิบๆมาให้อ่านกันดุนะครับ วันนี้ขอนอนก่อนครับ
บทความนี้เป้นลิขสิทธิ์ของผม ทรงชัย ณะอำภัย สามารถนำไปใช้ได้ตามใจชอบ แต่ช่วยเครดิตเป็นลิงค์กลับมาด้วยครับ…ขอบคุณครับ หุหุ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว e-Business และ Affiliate Marketing ทุกๆท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อกของ วันนี้ผมขอนอกเรื่องซักหน่อยครับ เนื่องจากว่าผมชักทนไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆ เรื่องของเรื่อง มันเกิดที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนามบินที่เรา(หรือใครก็ไม่รู้)ภูมิใจ มากๆ แต่สำหรับผมความภูมิใจ มันลดน้อยลงมากลงเรื่อยๆ จนวันนี้ ทนไม่ไหว ตูขอโวยซักหน่อย……….เนื่องจากว่า ปัญหานี้ มันเกือบทำให้ผมโดนรถ(เข็น) ห่วยๆ เก่าๆ ที่จำได้ว่า เคยใช้มันที่ ดอนเมือง!!!! คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ รถเข็นที่ผมเกือบจะโดนมันพลิกคว่ำล้มทับ หน้าตารูปร่างเหมือนกับที่ ดอนเมืองเลย!!! แล้วมันมาอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ไงฟะ!! ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ทำไม มันมาโผล่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ ทั้งๆที่ผมเองจำได้ว่า ตอนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดใหม่ รถเข็นมันไม่ใช่หน้าแบบนี้ นี่หว่า มันเป็นของใหม่ แต่ทำไม มันหายไปได้………………………………………
หลังจากเกือบโดนรถเข็นล้มทับแล้ว( ช่วงที่จะโดน ผมกำลังนำรถเข็นขนกระเป๋าขึ้นชั้นสามครับ ) แอบสงสัยนิดๆว่า ทำไม ต้องมีเจ้าหน้าที่ ตรง
บริเวณที่จะขึ้น ต้นทาง และ ปลาย ทาง………………….. ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ทำไม………….มีเจ้าหน้าที่พวกนี้ไว้ช่วยเก็บศพ!!!! เฮ้ยไม่ใช่ๆ เจ้าหน้าที่เขาจะมาช่วยเวลาเราเกิดอุบัติเหตุ(มั้ง คิดเอาเอง) หรือเวลา รถเข็นพลิกคว่ำหรือเอง จนกระเป๋าหล่นไปมา (นึกภาพเอาแล้วกันนะครับ) เอาเป็นว่า ขอประจานหน่อยแล้วกันนะครับว่า ห่วยแตกโครตๆ นี่มันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เราภูมิใจนักหนาหรอครับ ………………..ผมโมโหอยู่ในใจ จึงถามเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมล้อรถเข็นไม่มีตัวล็อก!! ผมถามย้ำไปอีกว่า รถเข็นตัวใหม่ที่มีล้อล็อกไปไหน!!!!! ไม่มีคำตอบ…………..แต่พูดลอยๆว่า อยากรู้ให้ไปถาม ผู้ว่าการท่า หุหุหุ…………………………………………………..
สุดท้ายไม่รู้ว่าความซวยของ(ผม)หรือของใคร อิอิ ขากลับ ขับรถผ่านมาเจอ สุสานรุเข็น ที่มีล้อล็อค และผมจำได้ว่า นี่มันรถเข็นที่ตูเคยใช้นี่หว่า……..มันมาทะลึ่งจอดกันเต็มลานจดรถได้ไงเนี่ย…………………………………………
ผมไม่ขออธิบายต่า แต่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ประสปชะตากรรมเดียวกันครับ มีน้องผู้หญิงเขียนข้อความมาให้อ่านซะด้วย ลองอ่านดูครับ
เรื่องคือว่าตอนนี้ทางสนามบินมีปัญหาเรื่องรถเข็นกระเป๋าของผู้โดยสาร คือว่ารถรุ่นที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ที่เคยมีปัญหาว่าทำมาราคาแพงมากมาก และเคยโดนมือดีขโมยไปขายด้วย(ถอดขายเป็นเศษเหล็ก) รถรุ่นนั้นเป็นของบ.TAG ที่ประมูลได้ตอนสนามบินเปิดและนำเข้ามาให้บริการจนมาถึงปัจจุบันสัญญาหมดลง ทางTAG จึงงดให้บริการ และได้นำรถไปจอดที่ชั้น1 อาคารจอดรถตรงข้าม ร.ร.โนโวเทล (เป็นโรงรถเลย)มีคนนั่งเฝ้าด้วย และสนามบินก็แก้ปัญหาแบบห่วยๆคือ นำเอารถเก่าที่เคยใช้ที่ดอนเมืองมาให้ผู้โดยสารใช้ ปัญญหาคือรถรุ่นนี้ไม่สามารถขึ้นทางเลือ่นได้ (ทางเลื่อนในสนามบิน ไม่ใช่บันไดเลือ่นนะ) แต่ผู้โดยสารไม่รู้พอเข็นขึ้นไปมันก็จะไม่ล็อคล้อกับทางเลื่อน รถก็จะหมุนกลับ คว่ำ ตีลังกา ล้มพลิกตะแครง สุดแล้วแต่แรงยึดเหนี่ยวที่มีอยู่ของแต่ละคน ถึงจะไม่ใช้ทางเลื่อนก็เหอะ มันเข็นยากมาก ฝืด เสียงล้อดังมาก น่าเกลียด วิธีแก้ของพนง.ที่บอกผู้ใช้คือ ให้ใช้เท้าดันไว้ที่ล้อ ทุเรศกว่านั้มีมั้ยฮ้า คนที่ใช้แล้วไม่ล้มก็เพราะ โชคดีมีข้อเท้าที่แข็งแรงงง.. แถมทางสนามบินยังติดป้ายไว้ตรงทางเลื่อนอีกนะว่า ขณะนี้กำลังปรับปรุงรถเข็น เพราะ บางคันเป็นรุ่นเก่าไม่สามารถใช้กับทางเลื่อนได้… แล้วป้ายก็ติดมาหลายเดือนแล้ว เท่าที่สังเกตุเค้าเอารถออกมาใช้แทรกซึมไปกับของใหม่ ก่อนที่จะหมดสัญญานะ ประมาณเดือนกว่าๆแล้วนะ
สรุปว่า นี่มันสนามบิน สุวรรณภูมิ หรือสนามบินอะไรกันแน่ ขนาดรถเข็นยังปล่อยให้เป็นปัญหาขงผู้โดยสาร หุหุหุ ในฐานะคนไทย คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของเงินภาษี ที่ ท่านๆ ทั้งหลายเอาไปถลุงสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ผมรู้สึกเสียใจกับความเห็นแก่ตัวของคณะบริหาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มากๆครับ ผมไม่เรียกร้องอะไร แต่จะขอป่าวประกาศไปให้รู้กันทั่วในโลก ไซเบอร์….จุดประสงค์ของผมเพียงต้องการให้คณะผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้ามาแก้ไขโดยด่วนครับ ไม่มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสีย(แจ้งเจ้าหน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ได้รับคำตอบที่ไม่ประทับใจ เลยต้อง จัดบทความนี้ให้)
ปล.รถเข็นดีๆเอาไปเก็บ รถเข็นเก่าๆดันเอามาใช้ กรรมเวร โดยแท้
บทความนี้เป้นลิขสิทธิ์ของผม ทรงชัย ณะอำภัย สามารถนำไปใช้ได้ตามใจชอบ แต่ช่วยเครดิตเป็นลิงค์กลับมาด้วยครับ…ขอบคุณครับ หุหุ
สวัสดีครับเพื่อนๆที่ติดตามข่าวสารบล็อกของผมนะครับ(แม้จะไม่เยอะแยะมากมาย) แต่ก็ดีใจมากที่ จะมีเพือนๆแวะมาเยี่ยมเยือนวันละร้อยกว่าคน ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะเขียนเนื้อหาบทความดีๆมาเยอะๆ หุหุ วันนี้เรามาเบรคเรื่องวุ่นวายทั้งการเมืองและเศรษฐกิจกันบ้างนะครับ เอาเป็นเรื่องท่องเที่ยวกันบ้างดีกว่านะครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายๆคนอาจจะมีความฝันในการออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันบ้างครับ (ผมเองก็เตรียมตัวไว้แล้วว่าจะไป สิงค์โปร และ แดนปลาดิบครับ) แต่หลายๆคนอาจจะติดปัญหาทางด้านทุนทรัพย์กันบ้าง (ผมว่าส่วนใหญ่ จะเป็นทุกคนนะครับ หุหุ) แต่ว่าจริงๆแล้วมันไม่แพงอย่างที่คิดแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตั๋วเครื่องบิน และราคาที่พักครับ
ผมมีทริปแนะนำบ้านใกล้เรือนเคียงเราครับ เดินทางง่ายราคาตั๋วเครื่องบินก็ไม่แพงครับ ประเทศสิงค์โปรนั่นเองครับ โดยปกติแล้ว ราคาตั๋วเครื่องบินมักจะมีโปรโมทชั่นอยู่เสมอครับ ลองเข้าไปดูที่ Thai Air Asia ก็ได้ครับไม่น่าเกิน 4,000 -5,000 ถ้าเพื่อนๆโชคดีนะครับ อาจจะเจอแฟร์ที่แสนถูก ประมาณ 3,000 กว่าบาทเองครับ (ผมว่าถูกมากๆๆ) ส่วนค่าที่พักก็ราคาไม่แพงเลยครับ มีตั้งแต่พันกว่าๆ ยันเป็นหมื่นบาท ( หาทำเลดีๆ ย่านช๊อปปิ้งครับ) ไหนๆก็พูดถึง สิงค์โปรแล้ว จุดเด่นของประเทศนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ เป้นประเทศที่มีขนาดเล็กแต่สามารถเป็นมหาอำนาจทางด้านการค้าในภูมิภาคเลยทีเดียว แต่ผมเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ อยากจะบอกแค่ว่าที่นี่ เขามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเลยครับ ผมเองก็เตรียมตัวเก็บรายละเอียดต่างๆไว้แล้ว ก่อนที่จะเดินทางไปครับ (ปกติจะแวะไปเปลี่ยนเครื่องเท่านั้น) แต่แค่สนามบินนานาชาติ ชางยี Changyi ที่สนามบินมีร้านรวงมากมาย มีสินค้าใหม่ๆ แยรนด์ดังๆ เยอะแยะมากมาย ผมนี่ชอบของหลายๆอย่าง (แต่เงินไม่มี หุหุ) สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ ราคา ซิครับ เย้ายวนใจมากๆ ผมลองนั่งคำนวณเล่นๆ ราคาสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า มีราคาถูกว่าบ้านเรามาก แต่ถ้าจะให้หิ้วมาขายเลย คงไม่ได้แน่นอนครับ หุหุ แต่ถ้าใครมีพ็อกเก็จมันนี่เยอะๆ ก็จัดไปตามสะดวกครับ
ไหนๆก็พูดถึงเรื่องการช๊อปสินค้าราคาประหยัดที่ สิงค์โปรแล้วแต่จะไม่แนะนำเรื่องเทศกาลของการลดราคาสินค้าที่สิงค์โปรแล้ว มันก็เหมือนจะเป็นการอุบเก็บไว้รู้คนเดียว หุหุ เทศกาลนี้ เริ่มต้นตั้งแต่เดือน 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2552 เลยนะครับ ใครตั้งเป้าจะเดินทางไปเที่ยวก็ลองแวะเวียนเข้าไปชมที่นี่ครับ www.greatsingaporesale.com.sg แต่บอกแค่นี้ผมว่า มันเหมือนกั๊ก ขอแนะนำบัตรส่วนลด!! ใช่ครับ เขามีให้เราดาว์นโหลดและนำไปเป็นส่วนลดในการช๊อปซื้อสินค้าครับ มีร้านค้าที่ร่วมรายการ เยอะมากๆ ครับ แบรนด์ดังมีแยะ เพื่อนๆลองเข้าไปดูและดาวน์โหลดที่ http://www.greatsingaporesale.com.sg/2009/eng-tourist/tourist/tourist.html# หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ (จริงๆแล้วงานนี้มันก็เริ่มมาตั้งแต่เดือนที่แล้วๆนะครับ) ตอนนี้ตัวผมเองก่อนที่จะไปเที่ยวไหน มักจะมองห เทศกาลและโปรโมตชั่นต่างๆ ของที่นั้น เพราะเราจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเทศกาลเหล่านี้ แถมยังประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียวครับ
วันนี้ผมก็ขอนอกรอบไปก่อน พรุ่งนี้จะมาเขยนเรื่อง AOM เพราะถามกันมาเยอะเลยครับ
ทรงชัย ณะอำภัย(ต๊ะ)
วันนี้ขอนอกเรื่องอีกครั้งนะครับ เพื่อนๆหลายๆคน ถามไถ่ผมมาเหลือเกินว่า คุณต๊ะครับ ทำไมคุณต๊ะถึงมาเขียนบทความเกี่ยวกับ ฟุตบอลลีคในประเทศไทย….ผมรีบยืดอกแล้วพูดว่า “โถ่ๆๆๆๆ ถ้าไม่เชียร์บอลไทยแล้วจะให้เชียร์บอลที่ไหนคร๊าบบบ” ลิเวอร์พูล น่ะ ผมก็เชียร์มันอยู่แล้วครับ ถึงแม้ว่า ผมจะไม่ได้เกิดที่เมื่อง ลิเวอร์พูล เหอๆ แต่ผมก็เชียร์ หงส์มานานแล้ว และก็รู้สึกผิดที่มองข้ามบอลไทยไปนานมากๆ แต่วันนี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป๋ เปลี่ยนไปน อิอิ เพราะความบันเทิงเริงใจ หาเจอแล้วที่ขอบสนามบอลไทย โดยเฉพาะขณะนี้ รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ลีคสูงสุของประเทศ ” ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีค Thailand Premier Leauge” หรือ TPL …….ความบันเทิง หาได้แล้ว กับบอลไทย โดยเฉพาะที่ ชลบุรี รวมทั้ง พัทยา….ความบันเทิงที่เหล่ากองเชียร์ ที่จะได้เชียร์ทีมโปรดของตัวเอง มันก็เปรียบได้ดั่งการเข้าไปมีส่วนร่วมในเกมส์ในแต่ละนัดครับ สำหรับผมแล้วมันเป็นความสุขที่จะได้เชียร์ทีมที่ตัวเองรัก ( ชลบุรี เอฟซี และ )
ถ้าหากย้อนไปซักสามสี่ปีที่แล้ว ลีคสูงสุดของประเทศไทย ยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับปัจจุบัน ผู้ชมและกองเชียร์ นับๆดูแล้ว บางนัดมีจำนวนน้อยกว่า ผู้เล่นและสตาฟโค้ช ทั้งสองทีมซะอีก อันนี้เรื่องจริงๆครับ……..เรื่งมันเศร้า..แต่ด้วยกระแสบอลไทย ที่ได้มีการพัฒนาและผลักดันเพื่อให้เกิด บอลอาชีพเช่นเดียวกับเหล่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเกิดกระแสของการเชียร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเหล่ากองเชียร์ ฉลามชล ของ ชลบุรี เอฟซี ที่ก่อตัวขึ้น จากกลุ่มคนหลายๆกลุ่ม รวมตัวกันมากมาย จนถือว่า
กองเชียร์ ฉลามชล มีจำนวนมากที่ สุด และมีวิวัฒนาการ ในการเชียร์ทีดียิ่งๆขึ้น ผมเองไม่แปลกใจเลยซักนิด ว่าทำไม รู้สึกสนุกทุกๆครั้งที่ได้เข้าร่วมเชียร์ มันมีความรู้สึกเหมือน กำลังนั่งเชียร์บอล ในสโมสรต่างประเทศเลยครับ (ถ้งแม้จะมีฝุ่นแดงๆ ตลบอบอ่วนบ้าง แต่ผมก็ทนได้ หุหุ) มันคือความบันเทิงโดยแท้ เหมือนกับการไปนั่งดูคอนเสิร์ทครับ ร่วมทำอะไรกับ คนคอเดียวกัน อารมณ์แบบนี้ ไม่ได้ไปเชียร์ ไม่มีวันรู้หรอก ครับ สำหรับผม ความบันเทิง สามารถหาได้ใกล้บ้านแล้ว ที่สนาม สิรินธร และ สนาม อบต หนองปรือ เพราะผมเองเชียร์ ชลบุรี เอฟซีครับ และเชียร์ทีม พัทยา ยูในเต็ด ลองถามตัวคุณเองนะครับ จะมัวไปเสียเวลา เชียร์แต่บอลนอกอย่างเดียวทำไม เพราะเชียร์ไป เราก็ไม่ได้อะไรครับ นอกจากชอบความสะใจขอตัวเอง แต่เชียร์บอลไทย ซักทีม เชยร์กันอย่างบันเทิงเริงใจ วงการบอลไทยมันก็จะโตวันโตคืน ฟุตบอลอาชีพแบบ เต็มร้อย เต็มตัว เฉกเช่น ประเทศต่างๆในเอเชีย แล้วมันก็ต่อยอดไปสู่ทีมชาติไทยของเราครับ ขอย้ำอีกทีนะครับว่า ผมหาความบันเทิงข้างสนามเจอแล้ว ……คุณเจอหรือยัง???????????
ทรงชัย ณะอำภัย
songchaiblog.com
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมขอนอกเรื่อง Affiliate Marketing, Search Engine Marketing และก็ e-Business, E-Marketing ทุกเรื่องครับ…วันนี้จะขอเขียนเรื่อง ฟุตบอล(เรื่องถนัดที่ไม่ใครรู้ หุหุหุ) เนื่องจากว่าช่วงนี้ของชีวิตผม( ฟังดูแปลกๆ เน๊อะ) มีความสนุกกับการถ่ายรูป…การแข่งขันฟุตบอล และ เชียร์บอลไทย เหตุผลที่ผมตัดสินใจเขียนเรื่องนี้เพราะว่า Liverpool ชนะ Man Utd 4-1 ครับ (เหตุผลฟังขึ้นมากๆ ใครเป็นแฟนผีแดง ก็อย่าเกลียดผมนะครับ หุหุ)
หลังจากผ่านการแข่งขัน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก Thailand Premier League 2009 ไปแล้วสองสัปดาห์ ทีมขวัญใจของผม ชลบุรี เอฟซี Chonburi FC ก็ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว ด้วยการเอาชนะ ในบ้านทั้งสองนัด เก็บหกคะแนนเต็ม โดยที่มี ทีม พัทยายูในเต็ด Pattaya United ทีมรัก ทีมใหม่ของผม ซึ่งผมทำใจไม่เชียร์ไม่ได้ซะด้วยครับ ( ก็ผมมันคนพัทยานี่ครับ เหอๆ) แต่การออกมาเชียร์ของชาวพัทยา ยังเป็นอะไรที่ดูจะใหม่ซักหน่อยครับ ตัวผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมเชียร์ทีม พัทยายูในเต็ด Pattaya United ตั้งแต่การแข่งขันรายการชิงถ้วยพระราชทานควีนคัพ ซึ่งฟอร์มการเล่นถือว่าโอเค มีลุ้นติด 1 ใน 3 ของตารางแน่นอน แต่ก็ต้องดูฟอร์มการเล่นในระยะยาวๆ ตลอดดูกาลครับ

แฟนบอลที่เข้ามาร่วมเชียร์ทีมพัทยายูในเต็ดหลักๆแล้วมาจาก Pattaya utd webboard เว็บบอร์ดของแฟนบอลพัทยา แต่หลังจากทางเมืองพัทยาได้ทำการเปิดตัว ทีม พัทยายูในเต็ด Pattaya United เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ก็มีกองเชียร์หน้าใหม่ๆ เข้ามาเชียร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งครับ แม้ว่าสไตล์การเชียร์อาจไม่มีระเบียบซักหน่อย และในบางจังหวะการเชียร์อาจจะดูไม่สุภาพไปบ้าง ของแบบนี้ต้องค่อยๆพัฒนากันต่อไปครับ

สำหรับแฟนบอลพัทยา หน้าใหม่ ผมรู้สึกว่ายังมีความรู้สึกเขินอายกันบ้าง เพราะจะนั่งดูกระจัดกระจายกันไปรอบสนามครับ ทางทีมงาน Pattaya utd webboard ก็กำลังพยายามประชาสัมพันธืรวมกลุ่มกันเชียร์ อย่างหนัก ซึ่งผมเอง ก็หวังว่า กอเชียร์พัทยาจะพัฒนา ไปสู่ความเป็นกองเชียร์มืออาชีพต่อไปครับ ผมเองมั่นใจลึกๆว่าไม่นานเกินรอแน่นอนครับ
ทรงชัย ณะอำภัย
www.songchaiblog.com
Full Story »
Filed under Uncategorized, จิปาถะ สบายๆ
Tags:Chonburi FC, E-Business, E-Marketing, Liverpool, Liverpool ชนะ Man Utd 4-1, Search Engine Marketing, Thailand Premier League 2009, ชลบุรี เอฟซี, ชาวพัทยา, พัทยายูในเต็ด, ฟุตบอล, เชียร์บอลไทย, ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
วันนี้มาแจ้งข่าวสารซะหน่อยครับ อิอิ ผมงานยุ่งพอสมควร เนื่องจากต้องไปจัดการเว็บไซต์ให้กับเพื่อนสนิทครับ แล้วก็งานหลวง อีกมากมายครับ เหอๆ เอาเป็นว่าอาทิตย์ผมจะจัดบทความเด็ดๆมาฝากครับ กำลังเรียบเรียงอยู่ครับ
วันนี้มีข่าวนิดหน่อยครับเรื่อง งานเสวนาครับ ทาง TK Park ได้ เชิญไปพูดและพปปะผู้สนใจธุรกิจออนไลน์ครับ ชื่องาน
“How to… Business Online” เปิดประตูสู่โลกธุรกิจออนไลน์ รายละเอียดด้านล่างนะครับ ใครว่างๆ ก็ไปเจอกันครับ
สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ IT@White Club ร่วมกับ Sanook Shopping และ Tarad.com จัดกิจกรรมแนะนำการทำธุรกิจบน Internet อย่างถูกวิธี และการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพบนโลก Internet ด้วยกิจกรรม 2 แบบ 2 สไตล์ ในเดือนกุมภาพันธ์
เริ่มต้นกับ กิจกรรม IT Teach Talk : “How to… Business Online” เปิดประตูสู่โลกธุรกิจออนไลน์
ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. ณ ห้องมินิเธียเตอร์ 2
สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิล์ด
พบกับแขกรับเชิญจาก SanookShopping และ Tarad.com ที่จะมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการทำธุรกิจ บนโลก Internet กลลวงต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำวิธีการป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ บนโลก Internet
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก TK Parkที่เป็นชาว IT@White Club ได้เข้าร่วมกิจกรรม IT Level Up : “How to…Business Online Workshop ในวันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552 ฟรี!!(ลงทะเบียนภายในกิจกรรม IT Teach Talk วันที่ 8 ก.พ. 52)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ห้องสมุดไอที โทร.02-257-4300 ต่อ 320
สำรองที่นั่ง กรุณา แจ้งข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ-สกุล , เลขสมาชิกTK, Tel., e-mail) ได้ที่ e-mail : itwhiteclub@tkpark.or.th
สมัครสมาชิก IT @ White Club ได้ที่ห้องสมุดไอที (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ก่อนอื่นเลย ผมก็ขอสวัสดีปีใหม่กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆคนเลยนะครับ หลังจากที่โพสบทความสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาผม 2008 แล้วก็งดทุกกิจกรรมทางด้านงานเว็บไซต์และ e-business แล้วเตรียมตัวไปเที่ยวเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองและครอบครัวครับ ซึ่งโพสนี้ขอเป็นแบบสบายๆลงภาพให้ดูสนุกๆนะครับ
การเดินทางของผมมีจุดหมายหลักๆแค่สองที่ครับ คือจังหวัดสระแก้ว และ ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครับ แต่ก็เก็บรายละเอียดตามทางขอกลับไปด้วย เพื่อนำภาพมาใช้งานกับเว็บไซต์โปรเจ็กใหม่ Kinteaw.com (กินเที่ยว) ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบอยู่ครับ ซึ่งก็แวเวียนไปที่ อ.วังน้ำเขียวครับ ขอบอกเลยว่า วิวเส้นทางขับรถสวยไม่แพ้ แถวๆเชียงใหม่ เชียงรายเลยหละครับ ซึ่งหลายๆคนถ้าดูในแผนที่แล้วจะไม่เห็นถนนเส้นนี้ครับ ต้งเป็นแผนที่ใหม่ ที่ระบบเส้นทางของ โยธา ด้วยครับ (อิอิ ตอนแรกไม่มั่นใจ)
วันแรกของการเดินทางผมก็มุ่งหน้าไปที่จังหวัดสระแก้วเลยครับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 331 จากพัทยา ไปจนถึงทางแยก อ.พนมสารคราม จ.แปดริ้วครับ และเข้าสู่ถนนทางหลวง หมายเลข 304 ครับ มุ่งหน้าตรงไปจนถึง บ้านเขาหินซ้อน (ก่อนถึง กบินทร์บุรี) แยกขวาเข้า ทางหลวง 359 (หรือ AH1) เป็นเส้นทางตัดใหม่เข้าสู่ จังหวัดสระแก้วครับ ( ลองอธิบายดูว่าจะเข้าใจไหม อิอิ เด๋วออกลายเต้มตัวที่ kinteaw.com)
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆที่ผมเน้นและแนะก็คือ ปราสาทสด็อกก็อกธม Prasat Sdok Kok Thom ห่างจากตัวเมือง อรัญประเทศ 40 kms ซึ่งได้รับการบูรณะแล้วครับ(ยังไม่เสร็จดี) ดูภาพแล้วกันครับ

อย่าลืมลงสมุดบันทึกเยี่ยมชมด้วยนะครับ (แว่วๆว่า กัมพูชา จะทวงถามว่าเป็นของเขาอีกแล้ว) เอาไว้เป็นหลักฐานเวลามีปัญหาครับ เพราะถือแผนที่คนละเล่ม หึหึหึ อีกแล้ว สำหรับรายละเอียดปราสาทสด็อกก็อกธมขอเก็บไปเขียนที่ กินเที่ยว kinteaw.com แล้วกันนะครับ อิอิ
หลังจากนั้นก็เดินทางไปที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครับ เดินทางจาก ตัวจังหวัดสระแก้วครับ ทางหลวงหมายเลข 33 หรือ AH19

จุดท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเยอะมากครับ แต่หลักจะมี น้ำตกเหวนรกครับ ซึ่งผมก็เอาภาพมาให้ชมสองมุมมองเลยครับ

สำหรับที่พักของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถือว่าลงตัวมากๆครับ ห้องน้ำและจุดกางเต้น (ตอนแรกหนักใจเรื่องห้องน้ำมาก) ผมเองได้จองสถานที่กางเต้นที่ จุดกางเต้นลำตะคองครับ

สำหรับวิวสวยๆที่เขาใหญ่ก็มีเยอะครับ เช่น ผาเดียวดาย(พยายามตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นแต่ไม่ทัน หุหุหุ)

เลยจากจุดชมวิวที่ ผาเดียวดายก็ยังมี จุดชมวิว เขาเขียวด้วยครับ

สำหรับอากาศช่วงเช้านั้นหนาวมาก น้องๆดอยอินทนนท์ครับ แต่พอสายๆก็โดนสงแดดร้อน แต่อากาศก็ยังเย็นๆสบายครับ หลังจากนั้นก็เดินทางกลับ โดยแวะที่น้ำตกเหวสุวัต ครับ

ขากลับนี่ผมเดินทางกลับทางลง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สู่อ.ปากช่อง ซึ่งหลังจากผ่านด่าน ตรวจของทางอุทยาน ทางลง ปากช่องจะมีทางแยกขวาไป อ.วังน้ำเขียว ครับ ซึ่งเป็น ถนนที่ กองโยธา สร้างขึ้น แผนที่เล่มเก่าๆยังไม่มีนะครับ สำหรับจุดที่ผมแวะชมจะมีอยู่สองที่ หลักเลย ก็คือ ผากระดาษ ซึ่ง จะมีเส้นทางชมฝูงกะทิงด้วย และต่อด้วย เขาแผงม้า ซึ่งได้รับการดูแลจนกลับคืนสภาพเป็นเขาที่สมบูรณ์ดังเดิม และมีจุดส่อง ชม ฝูงกระทิงด้วยครับ มาดูภาพที่ ผากระดาษก่อนครับ บริเวณที่ทำการ อุทยานครับ

มาดูเขาแผงม้าครับ ทางขึ้นเขาน้ำลำบากมากๆ เป็นถนนคอนกรีต 1 km ที่เหลือลูกลังล้วนๆ หุหุหุ

เอาแบบเด็กๆไปก่อนครับ ยังไงก็ขอให้ทุกๆคนสนุกกับปีใหม่ และสำเร็จสมหวังกับการสร้าง รายได้จาก e-business เยอะๆนะครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
Full Story »
Filed under Songchai Talks, จิปาถะ สบายๆ
Tags:Prasat Sdok Kok Thom, กัมพูชา, จังหวัดสระแก้ว, จุดชมวิว เขาเขียว, ทางหลวง 359, ทางหลวง หมายเลข 304, น้ำตกเหวสุวัต, บ้านเขาหินซ้อน, ปราสาทสด็อกก็อกธม, ผากระดาษ, ผาเดียวดาย, ฝูงกะทิง, วังน้ำเขียว, อุทยานแห่งชาติ, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, เขาแผงม้า, เขาใหญ่
Older Posts »