Archive for the ‘Affiliate Talks’ Category:
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้แว๊ปมาอัพเดตข้อมูลบทความที่ผมได้เขียนลงที่ผู้จัดการออนไลน์มาให้อ่านครับ เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆครับ
การทำเงินบนโลกไอทีไม่ได้มีแต่การลงโฆษณาออนไลน์หรือการขายสินค้าอีคอมเมิร์ชเท่านั้น แต่ยังมี“ธุรกิจคนกลาง”ที่ทำให้หลายคนร่ำรวยมานักต่อนัก โดยเฉพาะการเป็นคนกลางด้านการท่องเที่ยวที่ “ทรงชัย ณะอำภัย” หนึ่งในวงการ Travel Agent เมืองไทยการันตีว่า เป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายและถึงทางตันแน่นอน
***สร้างธุรกิจทำเงินจากการเป็นคนกลาง ด้านการท่องเที่ยว
(บทความโดย ทรงชัย ณะอำภัย www.SongchaiBlog.com)
หากจะย้อนถามเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกว่า รู้จักประเทศไทยไหม คงมีไม่กี่คนที่ไม่รู้จัก เพราะเมืองไทยเปรียบเสมือนสวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงไม่แปลกที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ทำรายได้หลักให้ประเทศไทยเรื่อยมา
ทรัพยากรทางธรรมชาติที่ลงตัว และเสน่ห์ของภูมิประเทศและสภาพอากาศ ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกนับประเทศไทยเป็นหนึ่งในสวรรค์ที่ต้องมาเยือน เพราะฉะนั้นธุรกิจโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ต่างๆ จึงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดมากมายตามแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วประเทศ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พัทยา ฯ ไล่กันไปตั้งแต่โรงแรมเล็กๆ จนถึงโรงแรมระดับหรูหราชื่อดังระดับโลก เพื่อจะได้ช่วงชิงเม็ดเงินมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ที่วิ่งวนเวียนไปมาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
คำถามมีอยู่ว่า จะมีใครบ้างที่ได้รับผลประโยชน์จากเงินมหาศาลที่หมุนเวียนในระบบบ้าง นอกจากเจ้าของธุรกิจโรงแรม บุคคลที่เป็นเหมือนผู้ขับเคลื่อนและได้กำไรโดยตรง คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก “คนกลางในการรับจองโรงแรม” หรือ Travel Agent
เมื่อโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ผุดขึ้นมากมาย การแข่งขันในกลุ่มธุรกิจโรงแรมย่อมสูงขึ้น เจ้าของกิจการโรงแรมทั้งรายเล็กและใหญ่จึงต้องเพิ่มกลยุทธ์การตลาดด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดจองห้องพักให้มากขึ้น ยิ่งในสถานะการณ์ร้อนระอุทางด้านการเมืองเช่นนี้ และไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ช่องทางเดียวที่จะมาเยียวยาได้ และเป็นเป็นช่องทางแรกๆ ที่เจ้าของโรงแรมนำมาใช้คือ กลยุทธ์การตลาดผ่านตัวแทน Travel Agent เรียกง่ายๆว่า คนกลางรับจองโรงแรมและบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งทำหน้าที่ในการบริการนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาที่พักหรือบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่นการนำเที่ยว แพ็กเก็จทัวร์ต่างๆ
สิ่งที่เหล่า”ทราเวล เอเจ่น”ทั้งหลายจะได้รับเป็นผลตอบแทนก็คือค่าคอมมิสสชั่น (commission) ซึ่งเป็นส่วนต่างของราคา ห้องพัก ที่ได้จากเจ้าของกิจการโรงแรม ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น
-เจ้าของโรงแรม A ขายราคาห้องพักปกติที่ 1000 บาทต่อคืน
-แต่เจ้าของโรงแรมให้ราคา 800 ต่อคืน ถ้า Travel Agenct เป็นผู้จอง
-Travel Agent ขายห้องพักโรงแรม A ให้นักท่องเที่ยว 900 ต่อคืน

เห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวต่างก็พอใจกับราคาที่พักของโรงแรม A เมื่อจองผ่านตัวกลาง เพราะถ้าจองที่โรงแรมโดยตรง จะแพงกว่า 100 บาท แต่ถ้าจองห้องพักผ่าน Travel Agent จะประหยัดเงินกว่า ด้วยหลักการนี้ ทำให้ Travel Agent เป็นสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะถามหาทุกๆครั้ง ที่ต้องการจะเดินทางไปท่องเที่ยว ด้วยกระบวนการรูปแบบนี้ทำให้ธุรกิจของ Travel Agent เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ
ระบบการบริการต่างๆของ Travel Agent ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จะเห็นได้ว่าในอดีตที่มีการใช้ออฟฟิศเป็นหน้าร้านในทำเลดีๆ แต่ขณะนี้ Travel Agent ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเป็นลักษณะของเว็บไซต์แทน
บนโลกไซเบอร์ Travel Agent สามารถเปิดให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด สามารถประหยัดงบประมาณในการบริหารจัดการได้มาก ประกอบกับพฤติกรรมในการค้นหาข้อมูลของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มีการเปลี่ยนไป โดยนักท่องเที่ยวหันมาค้นหาข้อมูลห้องพักและทำการจองออนไลน์ผ่านทาง Travel Agent หรือตัวกลางในการรับจองห้องพักแทน เพราะมีข้อมูลที่ครบถ้วน สามารถจองและชำระเงินได้ทันที และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องราคาห้องพัก ที่จะมีราคาถูกกว่าการจองที่โรงแรม รีสอร์ทโดยตรง รวมทั้งการ Walkin เข้าไปพัก
โมเดลของตัวกลางและโรงแรมยังคงสภาพเช่นเดิม เปรียบได้ดังข้อตกลงที่พึงปฎิบัติในการทำธุรกิจรูปแบบ Win Win ทั้งสองฝ่าย
www.hotels2thailand.com ผู้ให้บริการรับจองโรงแรมทั่วประเทศไทย
 |
ก่อนอื่นต้องติดต่อโรงแรม
ธุรกิจของการเป็นคนกลางในการรับจองโรงแรมนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการประกอบธุรกิจ Travel Agent เพราะห้องพักนั้นเป็นความต้องการอันดับแรกๆ ในการเดินทางมาท่องเที่ยว การเป็นคนกลางในการติดต่อกับโรงแรมนั้นฟังดูอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่จริงๆแล้วไม่ยากเลย
สิ่งที่เราต้องทำในการเป็นคนกลางในการรับจองโรงแรมนั้น ให้เริ่มจากการติดต่อโรงแรม เพื่อขอทำ Contract Rate หรือราคาค่าบริการห้องพักของโรงแรม โดยปกติราคา Contract Rate นั้นจะมีราคาต่ำกว่าราคา ที่โรงแรมขายให้กับลูกค้ากว่า 20% ซึ่งคนกลาง หรือ Travel Agent จะสามารถบวกราคาเพิ่มเพื่อนำไปโปรโมตและโฆษณาขายได้ โดยที่ตั้งราคาค่าห้องพักถูกกว่าโรงแรมที่ได้ทำ Contract ไว้
โรงแรมและรีสอร์ททั่วโลกจะเปิดกว้างสำหรับ ตัวกลางรับจองโรงแรมอยู่แล้ว พูดง่ายๆก็คือ อยากหาคนมาช่วยขายห้องพักให้ได้มากๆนั่นเอง
ธุรกิจนี้ไม่มีวันตาย
เป้าหมายของทุกๆโรงแรมคือทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้ห้องพักเต็มตลอดปี ตัวกลางในการรับจองห้องพักหรือ Travel Agent มีความสำคัญในธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมาก Travel Agent นั้นสามารถช่วยให้เจ้าของกิจการโรงแรม หาลูกค้าเข้ามาพักมากขึ้น มีปริมาณกว่าการมานั่งโปรโมตโรงแรมและหาลูกค้าจากทางเดียว!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการห้องพัก เพราะฉะนั้นหากจะได้กำไรน้อยลงแต่ได้ลูกค้ามากขึ้น ก็ไม่มีอะไรที่เสียหายเลย
การทำธุรกิจ Travel Agent หรือคนกลางในการรับจองห้องพักจึงเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตายและถึงทางตันแน่นอน เพราะมีโรงแรมใหม่ๆเปิดกิจการใหม่อยู่เสมอ แถมกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวใหม่ๆก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ตามอัตราการเกิดของประชากรโลกนั่นแหละครับ
ระวังเรื่องเครดิต
ด้วยปัจจัยทางด้านเงินลงทุน ในการสร้างธุรกิจคนกลางในการรับจองห้องพัก โรงแรม รีสอร์ท ที่อาจจะต้องใช้เงินสำรองในการจ่ายค่าห้องพักล่วงหน้า เพราะแต่ละโรงแรม ต่างก็มี Condition ข้อตกลงในการให้เครดิตที่ต่างกัน เช่นบางโรงแรมต้องสำรองจ่ายค่าที่พักล่วงหน้า ก่อน Check in แต่บางโรงแรมก็ยินดีให้เครดิตกับตัวกลาง เป็นเวลา 15 -30 วันของรอบบัญชี ซึ่งจุดนี้อาจเป็นจุดด้อยที่ทำให้ Travel Agent ตัวกลางรับจองโรงแรม ที่จะเริ่มกิจการใหม่มักจะประสบปัญหาด้านเงินทุน หรือ Cash Flow ในการทำธุรกิจนี้
แต่ด้วยการพัฒนาเรื่องการทำตลาดออนไลน์ Online Marketing มีการพัฒนามากขึ้น ยิ่งขึ้นรูปแบบในการทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ในโลกไซเบอร์ ก็เปลี่ยนโฉมไปด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวก็นิยมที่จะพึ่งพา Search Engines ในการเป็นตัวช่วยด้านข้อมูลท่องเที่ยว การสำรองห้องพัก และแพ็คเก็จทัวร์ต่างๆ ออนไลน์ แทนการติดต่อกับ Travel Agent ตามออฟฟิศ
จากจุดนี้ ทำให้วงการตัวกลางรับจองโรงแรม ได้ปรับเปลี่ยนท่าทีในการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว ผ่านทางเว็บไซต์แทน และได้ใช้การตลาดออนไลน์ที่เรียกว่า Affiliate Marketing (การตลาดผ่านตัวแทนหรือนายหน้า) ในการเพิ่มยอดจองห้องพัก จากกลุ่มเว็บไซต์ เว็บบล็อก พันธมิตร ที่เข้าร่วมโปรแกรม Affiliate Program กิจการโรงแรมขนาดใหญ่เองก็มีการนำ Affiliate Marketing เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มยอดจองห้องพักด้วยเช่นกัน
www.R24.org ตัวอย่างตัวกลางในการรับจองโรงแรม ที่มีบริการ Affiliate Program ให้กับเว็บไซต์พันธมิตร ที่จะทำหน้าที่ในหารโฆษณาโปรโมทห้องพักโรงแรมต่างๆ ทั่วประเทศ">
แม้ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ อาจดูซบเซาลงมากซึ่งมีผลโดยตรงจากปัญหาการเมืองและโรคระบาด แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้นจากการสนับสนุนจากทาง ททท. โดยเน้นลูกค้าในประเทศ แต่ในทางกลับกันเราสามารถเริ่มต้นธุรกิจการเป็นตัวกลางรับจองโรงแรม Travel Agent โดยการใช้ Affiliate Marketing ของ Affiliate Programs ต่างๆ ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วม Affiliate Programs ที่มีระบบสำรองห้องพักมากขึ้น
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างธุรกิจจากการเป็นตัวกลางสำรองห้องพัก โรงแรม รีสอร์ท ทั่วไทย และทั่วโลกได้ ผ่านเว็บไซต์ และบล็อกได้โดยไม่ต้อง ลงทุนด้วยเม็ดเงินที่สูงมากนัก อย่าลืมว่าจุดหักเหในการประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้นั้น อยู่ที่การทำการตลาดและการโปรโมต สภาวะทางการเมืองและโรคระบาดที่กำลังเป็นข่าวอยู่ ณ ขณะนี้ เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลอย่างมากก็จริง แต่หากคุณตั้งใจทำการตลาด เชื่อว่าวิกฤตจะสามารถพลิกเป็นโอกาสได้ไม่ยากครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมกลับเข้ามาอัพเดตบล็อกเร็วกว่าทุกๆครั้งนะครับ เนื่องจากว่ามีไฟประกายมาจุดประทุต่อม ของความอยากเขียนครับ หุหุ แต่จริงๆผมอยากจะเพิ่มยอดของคนที่เข้ารับข่าวสารโดยตรง( Feedburner icon ด้านซ้ายครับ) เพราะกำลังคิดว่า ทำยังไงจำนวนคนที่รับข่าวสารและเฝ้ารออ่านเรื่องราวจากบล็อกแห่งนี้ จะเพิ่มขึ้นไปอีก หุหุ (ตั้งใจไว้ที่ 1000 คน ภายในปีนี้นะครับ หุหุหุ) วันนี้ผมก็เลยรีบเข้ามาหาเรื่อง!! หาเรื่องเขียน อิอิ
จากบทความก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึง AOM หรือ Associate-O-Matic (สมาชิกในเว็บบอร์ด SEM.OR.TH เริ่มสนุกสนานกันพักใหญ่แล้วครับ) ผมขอเรียกว่า AOM แล้วกันนะครับ เด๋วจะพิมพ์กันยาวๆ (จริงๆขี้เกียจเขียนครับ หุหุ) วันนี้เราจะมาเรียนรู้ว่าวิธีการติดตั้งเจ้า AOM เนี่ยมันมีความยากแค่ไหนและเราจะเริ่มต้นสร้างร้านค้าออนไลน์ซักร้าน เพื่อขายสินค้าต่างๆจาก Amazon.com เนี่ยมันไม่ได้ยากอะไรมากมายเลย (จริงๆ แต่ส่วนใหญ่จะพลัดวันประกันพุ่งไปเรื่อยๆ…..เหมือนผม อิอิ) ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจเข้ามาเล่นกับ AOM อาจจะต้องสำรวจความพร้อมกันก่อนนะครับ เพราะการสร้างร้านค้าในรูปแบบ สคริปอย่าง AOM นั้นมีค่าใช้จ่าย!!! ในส่วนของ Script ซึ่งในปีแรกจะเสียค่าบริการ 99$ และ 20$ ต่อปี ในปีถัดไป แต่ๆๆๆๆ…..ถ้าซื้อตอนนี้เฮ้ยๆไม่ใช่ๆ อิอิ AOM มันมีเวอร์ชั่นฟรีครับ แต่ก็เสียค่าหัวคิวไปบ้าง (แค่ 10 % คิดง่ายๆ คนซื้อ 10 เราให้ AOM ไป 1 )
สำหรับวันนี้ผมขอยกตัวอย่างเว็บไซต์ทีสร้างโดย AOM ของผมเองเพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างและการทำตลาด นิช Niche ในแบบฉบับ การตลาดแบบฉบับ The Long Tail (ตลาดเฉพาะกลุ่มครับ) เป็นตลาดที่การซื้อขายเรื่อยๆตลอดทั้งปี ประมาณนี้นะครับ ผมว่าเรามาดูกันเลยครับ
ก่อนที่ผมจะเริ่มสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าใน Amazon.com โดยใช้ AOM ในการดึงข้อมูลสินค้าและทำเป็นหน้าร้านนะครับ
1. วิจัยตลาด เลือกสินค้า กลุ่มสินค้า ที่จะต้องการจะขาย
ผมเลือกสินค้า เกี่ยวกับของเล่นทหารจำพวก โมเดลลิ่งต่างๆ เรื่องคู่แข่งมีเยอะครับ สินค้าพวก Toys Models ประมาณนี้ครับ โดยส่วนตัวผมว่ามันจะขายง่ายกว่าเว็บไซต์ที่รวมสินค้าทั้งหมดครับ
2. ค้นหาคียเวิร์ดเพื่อจดโดเมนเนม (ตามสูตร โดเมนเนม ที่เป็น คีย์เวิร์ด)
ผมทำกการวิจัยตลาดของเล่นโมเดลทหาร และใข้คำว่า MilitaryModels ซึ่งผมค้นหาและเลือกคีย์ที่มี ผู้คนค้นหาบ้างและมีแนวโน้มที่สนใจเรื่องการเล่น และซื้อของเล่นที่เป็นโมเดลทหารครับ หลังจากวิเคราห์แล้วก็ได้คำว่า Military Models Kits เพื่อเอามาจดโดเมนเนมครับผม
หลังจากที่ได้โดเมนแล้วก็มาที่โฮสครับ อัพโหลด AOM ขึ้นไปแล้วก็บรรเลงการ Setup เข้าไปครับ ซึ่งเราสามารถที่จะทำหน้าตาเจ้า AOM ให้ดูดีได้จากการปรับแต่ง CSS นะครับ วันนี้ผมว่าขอจบก่อนดีกว่าครับ เพราะแค่วิธีการเลือกตลาดและจดโดเมนมันก็พอจะบอกอะไรได้หลายๆอย่างแล้วว่า เปอร์เซ็นที่จะขายได้นั้น มีแน่นอนครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาเจอกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมก็เรื่องราวดีๆ มาฝากอีกเช่นเคย ( เหมาะสำหรับมือใหม่ๆ และคนทั่วไปที่แวะเวียนมาอ่านที่ บล็อกนี้นะครับ) จริงๆ มือเก่าอ่านดูอาจจะถึงบ้างอ้อได้ว่า “เราลืมอะไรไปไหม” จริงๆแล้วมันเหมือนกับเป็นการทำความเข้าใจว่า Blog ที่เราสร้างเราเขียนกันทุกวันนี้ มันหลุดคอนเซ็ปท์หรือ ซึ่งจริงๆแล้ว เราเอามันไปใช้ถูกต้องถูกวิธีแค่ไหน ที่สำคัญ มันทำเงินให้เราได้หรือยัง ผมคงไม่มานั่งเขียนถึงวิธีการสร้างบล็อกหรอกครับ แต่จะอธิบายว่า แนวทางไหนที่เราเขียนบล็อก สร้างบล็อกแล้วสามารถที่จะทำให้มันเกิดรายได้ๆอย่างไร เหอๆชักแม่น้ำร้อยสิบห้าสายแล้ว ยังไม่เข้าสู้เนื้อหนังมังสาเลย อิอิ ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ
Note: Bloggers คนที่เขียนบล็อกนั่นแหละครับ หรือเจ้าของบล็อกนั่นแหละครับ ส่วน Blogging ก็เขียนบล็อกไงครับ อิอิ
Blogs For? เพื่อเงิน หรือ บล็อกเพื่ออะไร?
จำไว้เสมอนะครับว่าการสร้างบล็ฮกเขียนบล็อกไม่ใช่ช่องทางที่จะทำให้คุณเป็นเศรษฐี ในช่วงเวลาข้ามคืน หรือในเวลาไม่กี่เดือน มีบล็อกเกอร์ Bloggers ทั่วโลกที่ประสปความสำเร็จกับบล็อก แต่ทุกๆคนก็ผ่านความยากลำบากมาอย่างมาก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปที่คุณจะประสปความสำเร็จเช่นพวกเขาเหล่านั้นนะครับ มันอยู่ที่การวางผนที่ดีครับ เพราะฉนั้นถ้าจะบล็อกเพื่อเงิน เราต้องทำตามนี้ครับ
Affiliate Commission Blogging บล็อกเชียร์สินค้าที่เราเป็นตัวแทนโฆษณา
เป้นการ Blogging ตัวสินค้าที่เราสมัครเป็นแทนโฆษณาขาย เช่น ที่ Amazon.com (Traffics จาก Content Blogs, website สบายๆทำได้ครับ เพราะไม่ใช่ PPC ) เป็นอีกหนึ่งการทำ Blogs ที่ Bloggers ไทยในปัจจุบัน ชอบ Blogging แนวนี้มากที่สุด ซ฿่งมีทั้งทำมือจริง และมือเทียม( พวกเครื่องไม้เครื่องมือทุ่นแรงครับ) ซึ่งสำหรับผมเองนั้น ทำมือ ซฺครับ ถูก ประหยัด ชัวร์ Content อยู่ครบ…. แนะนำแค่นี้มันคงไม่เห็นภาพ งั้นมาดูตัวอย่างกันดีกว่ครับ
www.kintiew.com เป็นบล็อกที่ผมทำไว้ได้หลายเดือนแล้วครับ ชื่อมันอาจจะเพี๊ยนซะหน่อย (ตอนแรกผมจะจดมาทำเว็บไซต์ กินเที่ยว kinteaw.com) แต่ผมจดผิดก็เลยเอามาลง wordpress แล้วทำสินค้า Amazon.comซะเลย ผลที่ได้รับก็คือ มียอดขายอยู่เรื่อยๆ อิอิ สินค้าที่เน้นๆก็ พวกเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ ของหนุ่มๆ (ยกเว้นของเล่นผู้ชาย หุหุ) ซึ่งแนวทางของผมก็ทำมือล้วนๆครับ เลือกสินค้า แล้วก็เขียนรีวิว (เอาข้อมูลจาก Amazon นั่นแหละครับ อิอิ)
Sponsorship Earning บล็อกเนื้อหาดีก็มรีผู้สนับสนุน
สปอนเซอร์ๆ การเขียนและสร้างบล็อกลักษณะนี้ Content ต้องเจ๋งจริง มีคนติดตามอ่านเยอะๆ เพราะไม่ใช่แค่ Traffics อย่างเดียวที่จะเป็นตัวตัดสินใจให้ เหล่า สปอนเซอร์ ทั้งหลาย ยอมหว่านเม็ดเงินเข้ามาเพื่อลงโฆษณา แต่ถ้าถามว่า มันยังให่ในไทยไหม…ตอบว่าใช่ แต่ไม่ตลอดไป มันกำลังจะเปลี่ยนไปครับ เพราะ ระบบการทำงานและวิถีทาง Social Network ทำให้มันเปลี่ยนครับ อีกหน่อย บล็อกเล็กๆเนื้อหาดีๆจะมีคนเข้าวันละหลายพันหลายหมื่นคนครับ แล้วโฆษณามันก็จะไหลมาเทมาครับ
ดูแล้อาจเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆแล้วมันสามารถทำได้ครับ มีบล็อกเนื้อหาดีๆมากมายที่เป็น Content ภาษาไทย สามารถทำเงินได้จากผู้สนับสนุนครับ เช่น บล็อก blognone.com เป็นต้น เพราะฉนั้นถ้าใครจะพูดว่า บลอกไทยๆ ใครจะมาลงโฆษณา หุหุ ผมว่าเราลองมาเปลี่ยนความคิดกันดูไหมครับ เพราะตอนนี้เรามีตัวกลางในการจัดหาโฆษณา ผู้สนับสนุนมาให้เราแทนซธด้วย ซึ่งก็รู้จักในนามของ DekAds.com
ผมคิดว่าเป็นการเริ่มตนที่ดีสำหรับในประเทศไทย แต่ถ้าใครเจ๋งๆก็ลองลุยต่างประเทศดูครับ มีผู้ให้บริการเยอะแยะมากมายครับ
สองแนวทางนี้เป็นเพียงแนวทางหลักๆที่ยังเจาะลึกไปได้อีกมากมายหลายๆอย่าง แต่ถ้าที่สุดบทสรุปของมันก็คือเรื่องการโฆษณาครับ ถ้าจะทำให้มันง่ายๆแบบบ้านๆก็สร้างบล็อกเนื้อหาที่เราเองถนัดๆเจ๋งๆซํกเรื่อง เรื่องที่เราถนัดเป้นโปรด้านนี้หรือไม่ต้องเก่งกาจอะไรมากก็ได้ พียงแค่ขยันหาบทความเนื้อหาต่างๆมานำเสนอ หรือนำมาเรียบเรียงใหม่ก็ได้ครับ จากนั้นก็ติดโฆษณาแบบ Contextual Ads เช่น Google AdSense รวยด้วยคลิก หรือคลิกแล้วรวย (แต่อย่าไปคลิกเองละ เด๋วจะซวย หุหุ) โดนยกเลิกบัญชีง่ายๆเลยนะครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อิอิฝากรูปสรุปเงิน Adsense ของผมเดือนนี้ แบบขำๆจาก บล็อกและเว็บไซต์นะครับ

สำหรับวันนี้ คงขอฝากเอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ หวังว่าพอจะจุดประกายไอเดียต่างๆให้กับเพื่อนๆได้บ้างนะครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ร่วมวงการ การหารายได้ออนไลน์ ที่แวะเวียนเข้ามาที่บล็อกห่งนี้ ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าๆ ( ที่เริ่มจะบ่นในใจว่า ผมหายไปไหน ไม่ค่อยมาอัพเดตบล็อกเลย หุหุ) ยังไงก็ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ เหตุผลของผมอาจฟังดูตลกๆ ผมยุ่งๆกับการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว ( พื้นฐานของสังคม อะนะ) และเดินสายเชียร์บอล หุหุ และออกธรรม ในทุกๆสุดสัปดาห์ ครับ เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมจะพยายามหาเรื่องราวดีๆรวททั้งความเคลื่อนไหว เทคนิคใหม่ๆมาอัพเดตให้เพื่อนๆได้อ่านกันเยอะๆ(เงินจะได้มาแยะๆเน๊อะ หุหุ) เพื่อเป็นการชิมลางตามกระแส ความผิดหวัง!!!! ใช่แล้วครับ กระแสะผิดหวัอย่างรุนแรงของ Affiliate Marketers รุ่นเดอะที่ใช้ PPC Pay per Click ในการเจาะคีย์เวิร์ด เพื่อขายสินค้าให้กับ Amazon.com มาเป็นเวลาหลายปี ต้องใจสลายไปกับกฎใหม่ ที่ห้ามโปรโมท ffiliate Links ผ่าน PPC ครับ หุหุ ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้หลายๆท่าน ต้องปรับเลี่ยนกันจนวุ่นวายพอสมควรครับ แต่สำหรับเหล่า Affiliate Marketers สาย SEO (Search Engine Optimization) ยังไม่มีผลกระทบครับ (โชคดีที่ผมเน้นสายนี้ แถวๆบ้านผมเรียกว่าสายถึก!!) ยังไงก็ขายได้ครับแม้จะทำอันดับใน SERP (Serach Engine Result Page) ยากมากก็ตาม แต่ผมว่ามันคุ้มค่านะครับ
เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ วันนี้ผมมีทางเลือกใหม่ๆมานำเสนอสำหรับเพื่อนๆที่อยากจะทำ Affiliate กับ Amazon.com ครับ ในรูปแบบที่เน้นการทำ SEO โดยใช้ เว็บไซต์หรือบล็อกเป็นตัวโปรโมทสินค้าครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้มีหลายรูปแบบในการทำ เช่น กรใช้ บล็อก Wordpress ในการสร้างบล็อกแล้วโปรโมท ด้วย SEO หรือการใช้ Script ดึงข้อมูลออกมาเป็นเว็บไซต์!!!! ซึ่งในปัจจุบันมีออกมาเยอะมากๆ แต่วันนี้ผมจะขอแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จัก AOM Associate-O-Matic เป็น สคริปท์ ที่มีมานานแล้วครับ ได้รับความนิยมและมีการพัฒนามาเรื่อยๆ ซึ่งหน้าตา หน้าร้าน Store Page ก็จะเหมือนเว็บไซต์รวมสินค้าดีๆนี่เอง ลองดูตัวอย่างเว็บไซต์นี้นะครับ http://www.upmyalley.us/ นี่คือหน้าตาที่มีการปรับแต่งแล้วครับ

ซึงหน้าตาของมันสามารถปรับแต่งได้ (บางเว็บไซต์สวยมากๆ ) สำหรับรายได้ของ AOM Associate-O-Matic นั้นมีเพือนๆหลายๆคนสามารถทำรายได้ที่สูง และมีรายได้จาก AOM Associate-O-Matic กันพอสมควร ซ฿่งมันก็จะขึ้นอยู่กับการทำการโปรโมทและ SEO ครับ
สำหรับวันนี้ผมจะขอเพียงแค่แนะนำ AOM Associate-O-Matic แนะนำให้ตามไปอ่านที่ เว็บบอร์ดชมรมครับ SEM.or.Th
ปล. รายละเอียด ของ AOM Associate-O-Matic นั้น สคริปท์ตัวนี้มีแบบใช้ฟรีและเสียเงินครับ แบบเสียเงินใช้ Function ได้เต็มครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
ขอโทษเพื่อนๆด้วยนะครับ ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่อง Amazon.com บอกเลิก PPC ได้เวลากลับไปหาเมียหลวง CJ.com ต่อในตอนเช้า แต่ เกิดปัญหาเรื่องการเมืองที่พัทยา แล้วก็ต่อเนื่องไปถึง กรุงเทพฯ แล้วมันก็มีความรุนแรง อย่างไม่น่าเชื่อเลย………..ช่างมันเถอะ ใครจะเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน(มาใหม่) หรือเสื้อดำ(พลังเงียบ) มันก็ไม่ทำให้ประเทศไทยดีขึ้นไปกว่านี้ครับ มันมีแต่แย่ลงๆ (พูดมากไปแล้ว เหอๆ)
มาต่อกันเรื่อง Amazon.com ดีกว่าครับหลังจากที่ Amazon.com เขาประกาศออกมาแล้ว เพื่อนๆในวงการ Affiliate Marketing ทั่วโลก ก็มีการพูด วิเคราห์ ระแวง ระวัง ว้าวุ่นใจไปต่างๆนาๆ เพราะถ้า Amazon.com เขาออกมาทำอะไรแบบนี้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะหนีไปทำ Amazon.co.uk หรือ Amazon.jp ด้วย PPC เหมือนเดิม แล้ววันหนึ่ง Amazon มันทำแบบเดิมอีก…ช้ำใจตายชักครับ ผมเองยังนั่งคิดไปเรื่อยๆ ว่า แล้วคนที่ไม่มี เว็บไซต์หรือบล็อก เขาจะทำกันยังไง?? สิ่งที่ผมคิดออกก็คือ
1. ไปหาสินค้าเจ๋งที่อื่นดู เช่น Cj.com, Linkshare , clickbank ถึงแม้มันดูจะเป็นอะไรที่ขายยากกว่า Amazon ก็ตองยอมละครับ
2. สร้าง บล็อก หรือเว็บไซต์เป็น Landing Page แล้วยิงไปหน้าสินค้าที่ Amazon อีกที
3. เลิกทำ ไปหากินกับ Adsense หรือ Contextaul Ads อื่นๆแทน ( น้อยหน่อยแต่กินยาวๆ)
4. ……..ยังรัก Amazon อพยพไป อังกฤษ หรือ ญี่ปุ่นแทน เหอๆ
5.”"”เลิกทำ ………..เหอๆ (ผมคนหนึ่งละที่ไม่ใช่ แบบข้อนี้)
ปล.(แต่รู้สึกว่า Blog / website ที่เราทำเป็น Landing Page เอง แต่ดึง Traffics มาจาก PPC น่าจะเข้าข่ายที่ถูกห้ามด้วยครับ)
ยังไงก็แล้วแต่ Jeff Bezos นายแน่มาก!! นายกล้าเตะเพื่อนที่ทำเงินให้ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ้งจริงๆ ฮ่าๆ แต่ผมเข้าใจ Jeff Bezos เพราะการที่ Amazon ออกมาทำแบบนี้ มันต้องมีเหคุผลแน่นอนครับ สำหรับผม มันหมายถึง เทศกาลเผาจริง..มาเร็วกว่าที่คิด
ทรงชัย ณะอำภัย
Full Story »
Filed under Affiliate Talks, Songchai Talks
Tags:Amazon, Amazon.com, clickbank, Contextaul Ads, Jeff Bezos, Landing Page, บอกเลิก PPC, เสื้อดำ, เสื้อน้ำเงิน, เสื้อเหลือง, เสื้อแดง
สวัสดีเพื่อนๆอีกครั้ง หลังจากหลุดวงโคจรไปอีก สิบกว่าวันครับ ผมต้องขอโทษด้วยครับ ใจจริงอยากจะเขียนทุกๆวัน แต่ก็งานรัดตัวครับ เพราะว่าหลังจากอุบัติเหตุที่เกิดกับผม งานก็เข้าตามมาอีกมากมายครับ ล่าสุดวันอังคารที่ผ่านมา 20 มกราคม น้องชายแฟนผม เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพลิกคว่ำ อากาสาหัสครับก็เลยพลอยยุ่งเรื่องต่างๆ มากมายครับ วันนี้พึ่งจะมีโอกาสมาสานต่อ เรื่อง Landing Page ที่ค้างคาไว้ครับ ยังไงก็อย่าพึ่งต่อว่ากันนะครับ.
ทำไม Landing Page มันถึงมีความสำคัญนักหนา? มันสำคัญเพราะว่า มันคือหน้าเว็บเพจที่จะแสดงข้อมูลทุกอย่างของสินค้าตัวนั้น ที่เรากำลังเสนอขายอยู่ เพื่อให้ลูกค้านั้นตกลงปลงใจ ซื้อสินค้าครับ หากว่าเราเองได้แต่ยัดเอาข้อมูล ที่คิดว่าใช่ หรือข้อมูลมากมายก่ายกอง จนลืมนึกไปว่า..เฮ้ยคนที่เขาเข้ามา…เขาต้องการอะไร? และ เข้ามาที่ Landing Page ได้ยังไง?
โดยทั่วไปแล้ว หน้า Landing Page คือหน้าที่ผู้เยี่ยมชมคลิกเข้ามาเอง โดยอาจมาจากโฆษณาใน PPC หรือ SEO จากการโปรโมทหน้านั้นๆ ของเรา เพราะ ฉนั้นเราต้องไล่เรียงความสำคัญว่า Landing Page ของเรานั้นต้องการนำเสนออะไรด้วย และเราหวังอะไรจากผู้เยี่ยมชม เช่น

1. กรอกแบบฟอร์ม (โดยปกติผู้คนมักไม่ชอบการกรอกแบบฟอร์ม)
2.ให้ข้อมูลชื่อที่อยู่ต่างๆ และอีเมลย์เพื่อการทำการตลาด (โดยปกติผู้คนมักไม่ชอบกให้รายละเอียดออนไลน์)
3. ให้อ่านข้อมูลสรรพคุณสินค้ามากมาย( โดยปกติข้อมูลที่ผู้เยี่ยมชมไม่สนใจ จะไม่ชอบอ่าน)
4. ยัดเยียดให้ซื้อสินค้า ( การสแปมหรือผลักดันด้วย ปุ่มสั่งซื้อมากจนเกินไป ผู้เข้าชมไม่ชอบครับ)

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่สามารถปิดการขาย หรือสำเร็จผล ตามจุดประสงค์ที่เราต้องการจากเจ้า Landing Page ครับ แล้วอะไรละที่เราต้องแก้ไข?………….คิดกลับกันซิ…คิดว่าเราคือผู้เยี่ยมชมครับ…ถามตัวเราเองว่าต้องการแบบไหน
ลองตอบคำถามง่ายๆเหล่านี้ดู เช่น
1. ใช่ที่นี่หรอ? เรามาถูกทีหรือเปล่า?
2. อ่าสินค้าตัวนี้มันจะทำได้แบบที่เขียนหรอ?
3. หรือเราจะย้อนกลับไปดูจากที่ๆเราผ่านมาไหม?
4. เอ๋เว็บนี้มันน่าเชื่อถือไหนเนี่ย?
5. จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าของจะส่งมา?
6. เราจะโดนแฮกข้อมูลบัตรเคริตรไหมหว่า?
7. มีเบอร์ติดต่อหรอเปล่า?

แล้วก็ บราๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็อีกหลายๆคำถามในใจครับ เราต้องตอบโจนท์เหล่านี้ให้ได้ ถ้าทำได้ Landing Page ของเราก็จะมีความสมบูรณ์พอที่จะปิดการขายได้ครับ ซึ่งปัญหาของมันคือ ทำยังไงจะทำให้ลูกค้าของเรา ตกลงกดคำสั่งซื้อครับ จึงเป็นที่มาของการปรับปรุง รังสรรค์ เจ้า Landing Page กันอย่างมีหลักการ พูดง่ายๆว่า กลายเป็นเรื่องราวขึ้นมา คล้ายศาสตร์แขนงใหม่ ของเรื่อง Landing Page แลนดิ้ง เพจ
ซึ่งก็ต้องมานั่งศึกษากันอีกครับ เช่น การดูปรับปรุงเนื้อหา, ดูสื่อมีเดีย เช่น ภาพ มันจะโดนไหม วีดีคลิปกระต้นการซื้อหรือเปล่า การออกบบสี การวางเลย์เอาท์ และอีกหลายๆๆอย่าง…..แต่ท้ายๆสุด น่าจะอยู่ที่ตัวสินค้า หรือบริการเป็นหลักครับ ว่ามันดีพอไหม
สำหรับคืนนี้ของพอแค่่นี้ก่อนนะครับ ขอเก็บแรงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ ปลวกแดง จ.ระยอง ให้น้องแฟนผมก่อนครับ ฝันดีครับทุกท่าน และเพื่อนๆทุกคนครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
สวัสดีครับ ตอนแรกว่าจะเขียนต่อตอนเช้าๆ แต่งานเข้าพอดี ผมต้องดูแล่างที่มาปูกระเบื้องใหม่ (รับปีใหม่ครับ ของเก่าโล๊ะออกซะ) ต่อจากภาคแรกแล้วกันนะครับ จากการหัวข้อแรกที่ผมบอกไว้ว่า แนวทางใหม่สำหรับ Affiliate Marketing ปี 2009 แบบม้วนเดียวจบ!! ย้ำนะครับ ม้วนเดียจบ ซึ่งหัวข้อแรกพูดถึง Blog Trend ที่ยังคงความแรงและมีโอกาสที่จะฝ่ามรสุมช่วงเศรษฐกิจขาลงทั่วโลกได้
สำหรับแนวทางต่อไปสำหรับการขายสินค้า Affiliate อย่าง Amazon.com หรือ Cj.com Clickbank.com ก็คงเหมือนเดิมแต่จะมีวิธีการในการเลือกสินค้าใหม่ครับ นั่นก็คือการใช้ PPC
2. PPC Pay Per Click Never Die
ยังไงๆ ก็แล้วแต่ ไม่ว่าใครจะว่า บิดสูง หรือ ถูกกดดันจากเจ้าของสินค้าเรื่อง ชื่อ หรือ คีย์เวิร์ดในการใช้ รวมถึง คำโฆษณาที่ใช้ต่างๆ ที่นับวันจะทำยากขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ยังไงๆ ก็ตาม เรายังสามารถที่จะใช้เจ้า PPC ในการทำมาหากินกับ Affiliate Marketing ได้อย่างสบายๆครับ แล้วต้องทำยังไงละ ถึงจะรับมือได้ในปีหน้าครับ มาดูๆ
PPC with Landing Page
ใช่แล้วครับ Landing Page หน้าสินค้าขอเราเอง เลิก!! ใช้ Landing Page จากเจ้าของสินค้าไปเลยครับ เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เพราะอะไรครับ??? ที่ต้องทำแบบนี้เพราะว่า เราต้องการให้ลูกค้ากลับมาหาเราอีกครั้ง เมื่อนึกถึงสินค้าชิ้นนั้น แม้ว่า สินค้าตัวนั้นอาจจะเป็นของ Amazon.com แต่เราสามารถสร้างแรงจูงใจในการทำให้เกิดการซื้อขายได้ครับ เพราะ LAnding Page เราสร้างขึ้นมาเอง (มันมีหลักในการสร้าง และการปรับแต่งครับ ) แทนที่เราจะใช้ PPC ยิงไปที่หน้าสินค้าของ Affiliate Program เลย เราก็เปลี่ยนมาที่ Landing Page ของเราเองครับ ซึ่งอาจจะเป็น บล็อก หรือเว็บไซต์ก็ได้ครับ
ข้อดีของการทำ PPC with Landing Page คือ เราสามารถพัฒนายอดขายได้ โดยการตรวจสอบจากยอดคลิกที่คนเข้ามาจาก PPC ในหน้า LAnding Page นั้นๆ และตรวจสอบยอดขาย หากไม่ดี เราก็ปรับแต่งไปเรื่อยๆจนสำเร็จครับ Conversion เท่าไหร่ก็ว่ากันไปครับ หวังว่าคงไม่งงนะครับ อิอิ จริงๆอยากลงลึกมากๆ แต่เด๋วจะไม่มีอะไรเขียน หุหุหุ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคนครับ หลังจายหายเงียบไปร่วมสิบวัน (โดยประมาณนะครับ) หลังจากสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผม็รู้สึกอุ่นใจอย่างมาก ที่ทุกๆอย่างสามารถกลับมาสู่สภาพปกติ (แต่ไม่ปกติสำหรับคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวครับ) ฮ่าๆ ยอดจองดรงแรมหายไปเกือบ 50% ช่วงที่สนามบินปิดนะครับ และก็เกิดอาการ After Shock กระด๊อกกระแด๊ก มาเรื่อยๆ สำหรับเว็บไซต์ของผมเองขอพอผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายในหนึ่งอาทิตย์นี้มาได้ครับ แต่ตั้งแต่สินปีนี้เป็นต้นไป…….งานเข้าแน่นอนครับ (เขาพูดกันแบบนี้ทุกสำนัก หุหุ)
เด๋วจะออกนอกประเด็นไปไกลครับ เรามาเข้าสู่ประเด็นที่ผมจะหยิบยกมาพูดซะหน่อย
“แนวทางใหม่ Affiliate Marketing 2009 ม้วนเดียวจบ!!!”

ใช่แล้วครับ ไหนๆ โพล หรือข่าวจากทั่วโลกก็ประโคมกันออกมาว่า เศรษฐกิจมันจะแย่ในปีหน้า การค้าการค้าจะซบเซา พวกเราเหล่าคนทำ Affiliate Marketing หรือ Affiliate Programs ต่างๆนาๆ ตามแบบฉบับการเป็นตัวแทนนายหน้า โฆษณาขายสินค้านะครับ หรือ เพื่อนๆที่ทำ Contextual Ads อย่าง Google AdSense ด้วยนะครับ ผมขอเหมารวมไปเลยแล้วกันว่า พวกเราเป็น e-Business Marketer เข้าใจง่ายๆว่า ทำมาหากินออนไลน์ ด้วยธุรกิจอิเล็กทรอนิค แล้วกันนะครับ
สำหรับแนวทางนี้มันก็ไม่ได้ใหม่อะไรครับ แต่ผมเอามาจุดประเด็นให้มันเข้าใจง่าย แบบม้วนเดียวจบ (ฟังดูคุ้นๆไหมละ ม้วยเดียวจบ) ขอยืมใช้สำนวนนี้แล้วกัน อิอิ
1. Blog Blog Blog
บ๊อกๆๆ เฮ้ยไม่ใช่ บล็อกๆๆ สำหรับเทรนปีหน้าคงไม่หนีปีนี้เช่นเดิมครับ บล็อกยังคงสามารถสร้างแรงจูงใจในการซื้อสินค้าต่างๆมากเพิ่มขึ้นครับ แต่!! การแข่งขันก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นครับ(ฟังดูแรงม๊ะ อิอิ) อยาไปซีเรียสครับ ทุกอย่างย่อมมีการแข่งขัน ทุกตลาดยังมีช่องว่างเสมอๆ สิ่งที่เพื่อนๆต้องปรับปรุงและเสริมทัพอย่างเร่งด่วนที่สุดคือ
A. Returned Visitors
อ่านแล้วคิดดูว่ายากไหม สำหรับผม..ยากครับ (ใครว่าง่ายบอกผมด้วย เหอๆ) การที่ผู้เยี่ยมชมจะแวะเวียนกลับมาหาบล็อกเราบ่อยๆนั้น บล็อกของคุณต้องเจ๋งจริงครับ ไม่ใช่เนื้อหาของบล็อก ไปเอามาจาก บทความคนอื่นทั้งหมด ซึ่งบอกตรงๆว่า มีคนทำกันเยอะแล้วครับแบบนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือ ฉีกแนว ทำลายกำแพงที่มันกั้นความคิดเก่าๆออกไป (เขียนง่าย แต่ทำยากเน๊อะ)
B. Search Engine Ranking
อันนี้ยากกว่าข้อ A ครับ เพราการติดอันดับดีๆใน คีย์เวิร์ดที่มีแนวโน้มจะจูงใจในการซื้อ มันยากมาก ต้องทำ Link Building กันเป็นปี ครึ่งปีกว่าจะไต่อันดับได้ครับ สิ่งที่เหล่่า Blog จะสามารถทำได้คือ กลุ่มคนที่เป็นแฟนๆของบล็อก ติดตามบทความของเรา ชอบควาเป็นตัวของเรา ที่สำคัญ คอเดียวกัน!!! (ไม่ใช่คอหอยนะ เหอๆ) แต่หมายถึงชอบอะไรที่เหมือนๆกัน คล้ายๆแฟนคลับ แต่ตัวบล็อกเป็นศูนย์กลางแฟ่งการแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับตัวสินค้าหรือ เนื้อหาต่างๆที่จูงใจในการซื้อสินค้าครับ (ชักจะยาวนะเนี๊ย)
เด๋วขอสรุปเรื่อง Blog ๆ ๆ ด้วยตัวอย่าง ง่ายๆ ก่อนนะครับ
เช่น ผมจะทำบล็อกเกี่ยวกับ BATMAN เพราะความชอบโดยส่วนตัว ซึ่งเนื้อหาบล็อกอาจจะเป็นภาษาไทยก็ได้นะครับ ทีนี้ ผมมันเป็นแนพันธ์แท้ สะสมตุ๊กตา BATMAN แทบจะทุกตัวที่มีขายในประเทศไทย (ซึ่งก็มีน้อยที่เป็นของแท้ๆ) ทีนี้ผมจะทำบล็อกนี้ให้มันทำเงินได้ไง??? ไม่ยากครับ ผมก็อาจจะเขียนเนื้อหา ที่เกี่ยวกับ BATMAN ทุกๆอย่างๆ (เนื้อหาที่ไม่ได้ ก๊อปชาวบ้านมานะครับ) ทีนี้สินค้าของ BATMAN มันก็ออกมาบ่อยๆจากฝั่ง อเมริกา (ก็ Amazon.com อเมซอน นั่นแหละ) ของเยอะดี ผมก็เอาเรื่องสินค้าเหล่านั้นมาเขียน มาบรรยาย ยิ่งถ้าซื้อผ่าน Amzon.com ด้วยแล้ว ใส่ได้เต็มที่ครับ แต่ก็ต้องเขียนบทความให้มันน่าอ่านนะครับ เพื่อผลระยะยาว เพราะบล็อกนี้ที่เกี่ยวกับ BATMAN อาจเปลี่ยนชีวิต Blog ธรรมดาให้เป็นบล็อกทำเงินได้ไม่รู้จบ เป็นศูนย์กลาง BATMAN LOVER ในประเทศไทยกได้ครับ
(สงสัยตัวอย่างจะยาวไป เหอๆ)
รู้สึกจะง่วงๆเด๋วพรุ่งนี้มาต่อแล้วกันครับ

ห่างหายกันไปนานพอสมควร เนื่องจากผมติดภารกิจหลายอย่างครับทำให้บล็อกไม่ได้อัพเดตเท่าไหร่ ต้องขอโทษมาด้วยนะครับ อิอิ วันนี้ผมได้รับอีเมล์สอบถามเข้ามาเรื่อง R24.org ครับ ซึ่งไหนๆผมก็จะตอบแล้ว ก็เลยเอามาให้เพื่อนๆได้ดูกันอีกทีครับ ลองมาดูคำถามด้านล่างได้เลยครับ
“ผมได้สมัคร Affiliate Program ของ R24.org แต่พอ copy link มาแล้วมันกลับใช้ไม่ได้ ไม่ทราบว่าต้องทำยังไงครับ
ผมอ่านหนังสือทั้ง 2เล่มแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจ ผมใช้ WordPress ครับ ไม่ทราบว่าใช้ Demo ไหนครับ แล้วต้องแก้ไขยังไง
ฝากคุณทรงชัยช่วยอธิบายอย่างละเอียดได้ไหมครับ ไม่แน่ใจว่า WordPress ใช้ Affiliate Program ของ R24.org ได้หรือ
เปล่าครับ”
คำถามนี้หลายๆคนมักะงงๆ เพราะมือใหม่แบบผมใตอนแรกก็ยัง งง ครับ ไม่เป็นไรครับ เด๋วผมอธิบายอีกรอบแล้วกันครับ(หวังว่าคราวนี้คงจะเคลียร์) ถ้าไม่ สงสัยต้องมาหาผมที่พัทยาแล้วหละครับ (หรือว่าเราถ่ายทอดไม่ดีหว่า เหอๆๆ)
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใก่อนนะครับว่า R24.org นั้นมีรูปแบบการสร้างลิงค์หน้าโรงแรมที่ไม่เหมือนชาวบ้านกันซักเท่าไหร่ครับ สำหรับคำถามด้านบน ถ้าหากเราต้องการที่จะสร้างหน้าโรงแรมง่ายๆให้ใช้ Example ที่ทาง R24.org แนะนำไว้ครับ ผมจะลองนำ URL มาให้ดูกัน
http://www.r24.org/PARTNER/samui/central/
ซึ่งหน้าเว็บที่จะแสดงออกมาก็คือภาพด้านล่าง : โรงแรม Centara Grand Beach Resort Samui ที่ สมุย ครับ

ที่นี้เรามาดูซิว่า http://www.r24.org/PARTNER/samui/central/ ทำยังไงมันจะกลายเป็นหน้าโรงแรมของเราครับ
ไม่ยากครับสิ่งที่เราจะเปลี่ยนก็เพียงแต่เปลี่ยนจุดตรงหนังสือสีแดง PARTNER เป็นโดเมนของเราเช่น Pattayaholiday.biz ส่วน samui ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของโรงแรมโดยสามารถเปลี่ยนสถานที่อื่นเช่น bangkok, pattaya ก็ได้ครับ ส่วน central นั้นเป็น ID ของโรงแรมครับ ซึ่งแต่ละโรงแรมจะไม่เหมือนกันครับ เพราะฉนั้น เราสามารถสร้างหน้าโรงแรมของเราได้ง่ายโดยการลิงค์ไปที่ URL ตามตัวอย่างด้านล่าง
http://www.r24.org/pattayaholiday.biz/samui/central/

เพราะฉนั้น หน้า LAnding Page โรงแรมของเราก็เพียงแต่ยิงลิงค์ไปที่ URL ตามตัวอย่างเท่านั้นแค่นี้เราก็มีหน้าโรงแรมของเราแล้วครับ ไม่มีอะไรยากเลย( งงไหมหว่า) เราไม่ต้องสร้างหน้าโรงแรมครับ แต่ทาง R24.org จัดมาให้แล้วเราเพียงแทรก โดเมนเนมเราเข้าไปเท่านั้นเองครับ สำหรับ ID โรงแรมนั้นก็มีให้ครับ หวังว่าเพื่อนๆคงเข้าในนะครับ
ถ้าเพื่อนๆยังงงหรืออยากทราบ id โรงแรม และการสร้างลิงค์แบบอื่นๆก็ comments เข้ามาครับ ผมจะได้เขียนอธิบายให้ครับ
ต๊ะ ทรงชัย songchai
Older Posts »