Archive for the ‘Songchai SEO Tips’ Category:
วันนี้พอดีผมมีเวลาวางอยุ่ยี่สิบนาทีเลยแว๊ปๆไปอ่านบทความที่ทาง Google Blog โพสเอาไว้เรื่อง “Hard facts about comment spam“ ซึ่งผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่า เอาแล้วพี่กูออกมาแนวเตือนกันแล้วครับ เนื้อหาของบทความนี้ก็จะพูดถึงเรื่องการสแปมโพสคอมเม้นท์ต่างๆตามบล็อกในบทความต่างๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆจำได้ผมเคยแนะนำวิธีการสร้าง Back Links และ Link Popularity ด้วยช่องทางการโพสคอมเม้นท์ตามบล็อกต่างๆ ซึ่งมันเป็นวิถีทางที่ถูกต้องอยู่แล้วครับ แต่!!! ไม่ใช่การสแปม (เน้นมาโดยตลอดว่า ทำดีได้ ทำชั่วได้ชั่ว อิอิ)
เพื่อความกระจ่างและมองให้เห้นภาพกันชัดๆเรามาดูว่า พี่กู (กูเกิล นะ ไม่ใช่พี่กู หุหุ) เขามองลิงค์การโพสคอมเม้นท์แบบไหนว่าสแปมครับ ดูภาพด้านล่างนี่เลย

ครับ ดูแล้วชัดเจนมากว่า มันสแปมชัดๆ จริงๆด้วยหลักการแล้วเป็นการสร้าง Backlinks ชั้นเลิศแต่มันผิด!! ถ้าผมเป้นเจ้าของบล็อกละก็ ลบทิ้งโลด!! ผมเองมีความมั่นใจ(ลึกๆ) ว่าสิ่งที่กูเกิลกำลังปรับคือ อ่านทุกคอมเม้นท์พร้อมไต่ไปตามลิงค์และดูว่า Link & Content มันสัมพันธ์กันขนาดไหน ถ้ามันมีเนื้อหาคนละเรื่องละก็ ดดนแน่นอนครับ SPAM Links ชัวร์และอัลกอริทึ่ม Algorithm ของพี่กู(ที่ทำมาใหม่ หรือเก่ากลางใหม่ อิอิ) คงไม่พลาดที่จะตรวจจับเจอครับ
Promote your site without comment spam พี่กูบอกว่าวิธีที่จะดันให้เว็บไซต์และบล็อกเราทำอันดับในผลการค้นหาที่ดี การโพสคอมเม้นท์ไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง(แต่ไม่ผิดนี่หว่า..ก็เราไม่ได้สแปมเน๊อะ) และกูเกิลย้ำมาว่าสิ่งที่สำคัญคือ Contents & Information เท่านั้นครับที่จะทำให้อันดับดีได้ (อ่านไปสองสามรอบพี่กูท่านก็พูดเหมือนเดิมครับซึ่งผมสรุปให้เลยว่า Content is King จบ) พี่กูยังแถมมาในเชิงลึกอีกว่าเฉพาะ เนื้อหา Content ที่ใหม่สดไม่ลอกใครมา จะเป้นกลยุทธ์ที่จะทำให้ติดอันดับที่ดีครับ(อันนี้ผมเห้นด้วยมานานแล้ว และก็เน้นย้ำเสมอๆครับ)
Blogger & Blog Owners ฟังทางนี้ครับ ผมมั้นใจว่าถ้าเพื่อนๆมีบล็อกเป้นของตัวเองสิ่งที่เราต้องทำเป้นประจำ(ย้ำเลยว่าเป็นประจำ)คือการลบ Spam comments! ใช่ครับผมเองลบวันละเป้นร้อย ไม่รู้มันมาจากไหนนัก แต่กก็พอจะจับมันได้บ้างแล้ว โดนการแบนไอพีบ้าง แบนเมลย์บ้าง(ไม่ค่อยได้ผล) ลองมาดูวิธีปฎิบัติที่พี่กูแนะนำครับ
- Disallow anonymous posting.
อย่าปล่อยให้บุคคลทั่วไปโพสคอมเม้นท์ได้ทันที อันนี้ผมแนะนำเลยว่าอย่าได้เปิดให้เป็นฟรีคอมเม้นท์ครับ
- Use CAPTCHAs and other methods to prevent automated comment spamming.
พี่กูแนะนำให้ใช้ Anti Spam ต่างๆที่มีให้บริการครับเพื่อป้องกันระบบ โพสคอมเม้นท์อัตโนมัติ(มีเยอะมากช่วงนี้ สรรหากันมาเยอะ)
- Turn on comment moderation.
สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ wordpressและผู้บริการอื่นด้วย จะมีระบบนี้ครับโดยเข้าใจง่ายๆคือทุกการโพสคอมเม้นท์นั้น คอมเม้นท์จะไม่โชว์โดยทันทีจนกว่า Admin หรือผู้ดูแลบล็อกจะเข้ามาอนุมัติครับ(ผมใช้งานแบบนี้ครับ สะดวกสบาย)
- Use the “nofollow” attribute for links in the comment field.
กำหนด atibute เป็น nofollowให้ กูเกิลบอท หรือแมงมุมจากเสิร์ชเอ็นเจิ้นไม่ให้ตามลิงค์(หลายคนบอกว่าลิงค์ที่ออกไปแบบ nofollow พี่กูนับหมด)แต่ผมว่ามันมีอะไรที่ทับซ้อนกันอยุ่ครับ ถ้าใครงงว่าการเขียน nofollow artibute
<a href=”http://www.example.com/”>This is a nice site!</a> โดยเปลี่ยนเป็นแบบนี้
<a href=”http://www.example.com/” rel=”nofollow”>This is a nice site! </a>
- Disallow hyperlinks in comments.
กำหนดให้ข้อความในกาโพสคอมเม้นท์ไม่สามารถใช้งาน Html หรือ hyperlinks ต่างๆได้ครับ (ก็ช่วยได้มากมายครับ)
- Block comment pages using robots.txt or meta tags.
อันนี้ยุ่งยากหน่อยเพราะต้องมีความรู้นิดนึงในการเขียนคำสั้งใน robottext และ meta tag
My site is full of comment spam, what should I do? สำหรับเพื่อนๆที่โดนเล่นงานด้วยสแปมลิงค์(เคสนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเว็บไซต์และบล็อกที่ไปเตะตา หรือขวางหูขวางตา) คู่แข่งซึ่งท่านอาจโดนศาสตร์ด้านมืดเล่นงานได้เพราะฉนั้นหมั่นตวรจสอบ ของมูลของ Sitemap โดยดูที่ Links to your Site ใน Google Webmaster tool นะครับ(บางทีอาจจะเจอสิ่งที่เราไปทำทิ้งไว้ก็ได้ หุหุ) และก็พยายามลบออกให้หมดตาม URL ที่โชว์นะครับ แต่ถ้ามันเหนือบ่ากว่าแรงและเราลบไม่หมด แจ้งทีมงานพี่กูได้เลยครับและอย่าลืมทำ reconsideration request. ครับ
โอ้รู้สึกว่าจะเขียนมายาวนะเนี่ย ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆเดินให้ถูกทางนะครับ เน้นทางเดินที่สว่ง อิอิ
ทรงชัย ณะอำภัย(ต๊ะ)
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผมนำไปใช้ได้ตามสะดวกแต่ของเครดิตและลิงค์กลับมาเท่านั้นครับ
ผมมั่นใจว่าเพื่อนๆ ทุกคนมีความต้องการที่จะเพิ่ม Traffics เข้าสู่เว็บไซต์ ให้มากที่สุด แต่ก็อย่าลืมที่จะเลือกดูด้วยว่า ที่มาที่ไปของ traffics นั้นมันมายังไงครับ สำหรับมือใหม่ในด้าน SEO นั้นอาจจะยังมึนงงพอสมควร(บางคนมึนมากกก)เพราะการหา Traffics นั้นฟังดูง่ายสำหรับมือเก่า(แต่ไม่แก่….อิอิ) แต่อาจจะฟังดูยากและดูแล้วมันสุดแสนจะทรมานเหลือหลายครับ สำหรับวันนี้ผมก็ขอเปิดเผยเทคนิคที่ได้ใช้งานและเรียนรู้มาแล้ว เอามาแบ่งปันให้น้องๆ และเพื่อนๆที่ยังไม่เคยได้เห็น (กูรู ท่านใดรู้แล้ว จะมาขยายและอธิบายเพิ่มเติมก็ยินดีครับ หุหุหุ) โดยจะใช้เทคนิคการทำ Blog Post หรือ Comments จาก KeywordLuv ปลั๊กอินของ Wordpress ครับ แต่จะเสริมเทคนิคในการค้นหาบล็อกที่อนุญาตให้เราสามารถโพส คอมเมนท์ได้ โดยพี่กู Google อิอิ ซึ่งขอเรียกวิธีนี้ว่า “ฝังลิงค์ทะลวงโพสเพื่อ Traffics กับ KeywordLuv ปลั๊กอิน”
ขอเกริ่นนำซักนิดกับเจ้า KeywordLuv นะครับ เจ้า KeywordLuv นี้คือหนึ่งในปลั๊กอิน ที่เปิดให้ดาน์วโหลดใช้งานฟรีสำหรับผู้ที่ติดตั้ง บล็อกโดยใช้ Wordpress Platform (มันคือ CMS ตัวหนึงในรูปแบบบล็อกครับ) ซึ่งเจ้า KeywordLuv นี้นั้นจะเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้คนทั่วไปที่จะเข้ามาโพสคอมเม้นท์ ในบทความที่บล็อกต่างเขียนขึ้นมาครับ โดยจะสามารถใส่ ชื่อ และ URL ของเว็บไซต์ พร้อมกับการเขียนคอมเม้นท์ครับ แต่จุดประสงค์ของผมในการเขียนเทคนิคนี้นั้นก็คือช่องโหว่ (ไม่ซิ เรียกว่าจุดเด่นละกัน หุหุ) ที่เราจะสามรถค้นหาบล็อกที่อนุญาตให้เราโพสคอมเมนท์ได้ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วทันใจมากๆ ด้วยการทำงานในการค้นหาใน Google ครับ ซึ่งสามารถทำตามได้ดังนี้ครับ
ลองพิมพ์คำว่า japan ” yourname@yourkeywords “ ลงไปในช่องค้นหาของพี่กูครับ ผลลับที่จะได้ก็มีตามภาพนี้

โดนที่ด้านล่างสุดของช่องพิมพ์คอมเมนท์จะระบุว่า This site uses KeywordLuv. Enter YourName@YourKeywords in the Name field to take advantage.

เราจะเห็นว่าเมื่อคลิกเข้าไปที่บล็อกอันดับแรก จะเป็นบทโอกาสให้เราสามารถที่จะโพส คอมเมนท์ ในบทความหน้านี้ได้ โดยเราสามารถใส ชื่อ (จริงๆ ก็ keyword นั่นแหละครับ ซึ่งเป็น Anchor Text ) ตามด้วย อีเมล์และ URL ของโดเมนเนมที่เราต้องการครับ
ปล.จริงๆผมก็อยากจะอธิบายให้ละเอียดมากกว่านี้นะครับ แต่คิดว่าเพื่อนๆจะสามารถเข้าใจได้ทุกคนครับ แต่ถ้าใครยัง งงๆกันอยู่ ว่ามันคือเทคนิคอะไร ก็โพสถามมาได้เลยครับผม ยินดีจะแถลงไขแบบชำแหละเลย
บทความเทคนิคโดย : ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
Full Story »
Filed under Songchai SEO Tips
Tags:Blog Post, CMS, comments, keyword, KeywordLuv, Traffics, URL, Wordpress, กูรูแบ่งปัน, ดาน์วโหลดใช้งานฟรี, ทรงชัย, ทรงชัย ณะอำภัย, บทความ, ปลั๊กอินของ Wordpress, พี่กู Google, เทคนิคหาสแทรฟฟิค
หลบเลี่ยงและหลีกหนีการเขียนบทความเรื่อง Social Network Marketing มาหลายอาทิตย์ (จริงๆน่าจะเกินเดือน หุหุ) ก็เพิ่งจะได้มีเวลาเหมาะๆก็วันนี้หละครับ แต่ผมเองคิดว่าวงการไอทีและบล็อกต่างๆด้านการตลาดก็ประโคมเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับ Social Media และ Social Network Marketing มากมายแล้วครับ วันนี้เราจะได้เรียนรู้อะไรที่แหวกแนวซักหน่อยครับ ซึ่งไม่ใช่การตลาดผ่าน Social Media sites ตามแบบฉบับที่ บริษัทและห้างร้านดังๆ พยายามโปรโมต แบรนด์ หรือสินค้าและ Promotions ใหม่ๆครับ วันนี้เราจะมาดู DIY (ชงเอง กินเอง) ” การโปรโมต บล็อกเพื่อขายสินค้า Affiliate Programs ด้วย Social Network Marketing ” ครับ ส่วนการเขียนตามแนวๆ ทฤษฎีให้นักการตลาดหรือ Marketing Agency อ่านคงขอข้ามไปก่อนครับ….งานนี้เล่นแต่ลิงค์จ้า……ถ้าพร้อมแล้วก็ลองลงไปดูกันเลยครับ
1.Promoting Products Not Branding!! จะขายสินค้าไม่ใช่สร้างแบรนด์จ้า
ด้วยหัวข้อที่เราเอามาเปิดประเด็น มันก็จะต้องจ่อด้วยหัวข้อนี้ครับ… เราจะขายสินค้า มิใช่แบรนด์ (Brand)หรือยี่ฮ่อ หรือ บริษัท ( อาจพ่วงในส่วนของบล็อกเราเท่านั้นครับ) ในบทความนี้เราจะโปรโมตสินค้าเพื่อให้มันขายได้ครับ เพราะฉนั้นต้องจับประเด็นให้ถูก ขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษาว่า ผมเตรียมทีจะโปรโมทให้ลูกค้าเข้ามาใช้จองที่พักในเมืองพัทยา ในหน้าไฮ (ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ) ที่กำลังจะมาถึง สิ่งแรกที่ผมต้องทำคือ ผมจะโปรโมต โรงแรมอะไร? โรงแรมโซนไหน? หรือถ้าจะให้ฉีกแนวไปกว่านั้นก็เลือกว่า เป็น Boutique Hotels หรือ Luxury Hotels ก็ว่ากันไปครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องของสินค้า ผมก็แนะนำว่า ให้หาสินค้าที่เราจะมุ่งเป้าว่าจะนำไปทำอันดับและตั้งเป้าขายในช่วง เดือนหรือสองสามเดือนข้างหน้าครับ หรือเป็นสินค้าที่กำลังจะวางจำหน่าย(บอกขนาดนี้หลายๆคนคงถึงบางอ้อ หุหุ) ถ้าใครงงๆ ก็จะบอกให้ว่า สินค้าที่ชาวอเมริกาเตรียมจะซื้อในปลายเดือน November พฤศจิกายน และต้นเดือนธันวาคม December เพื่อเอาไปเป็นของขวัญใน เทศกาล คริสมาส คงจะเข้านะเน้อ อิอิ (ถ้าอยากรู้ว่าสินค้าอะไรนี้ หลังไมค์ละกัน หุหุ)
2.Recommend Friends or Force your Friends! แนะนำเพื่อนคุณ หรือจะบังคับมันดี?
อันนี้สำคัญจริงๆครับ ผมเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในเรื่อง Social Network Marketing นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อน หรือ Friends (เพื่อนจริงๆ หรือเพื่อนแท้ หรือเพื่อนใครก็ไม่รู้) ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเพื่อนที่คุณได้มา เขามาจากไหน? (เริ่มคิดกันได้ละซิว่า นี่ตูแอดเพื่อนแหลกจนไม่รู้ ใครเป็นใครแว้ว) ซึ่งหลายๆครั้งหากเราหวังว่าจะขายสินค้าได้ง่ายๆ ด้วยการส่งลิงค์กระจ่ายไปในกลุ่ม Friend List จะทำให้ขายได้….คงลืมไปเลยครับ มันยากมาก เพราะถ้าเขาไม่รู้จักคุณจริงๆหรือไม่ใช่สาวกที่ติดตามคุณแล้วละก็ ลืมไปเลยว่าจะขายได้ แต่…..แต่ๆๆๆ เราคงเขาไปแก้ไขอะไรตอนนี้ไม่ได้ในส่วนของ Friend List ที่มีอยู่ครับ เราทำได้แต่พลิกวิกฤตเป็นโอกาสครับ โดยเน้นไปที่การโปรโมตามแบบปกติ (โพสหัวข้อตามด้วยลิงค์หน้าสินค้า) โดยใช้คำพูดที่ดูกันเอง ไม่เน้นไปที่การขายมากเกินไปนะครับ สิ่งที่เราจะได้จากตรงนี้คือ Inbound Link ซึ่งมีโอกาสสูงในการคลิกตามเข้ามาดูหน้าสินค้าที่เราโพสลิงค์ไป จริงๆแล้วผมเอาวิธีนี้มาเล่นกับ Google AdSense ครับ (ลองนึกเล่นๆ มี Friend list ซักห้าพันคน แล้วคุณโพสลิงค์ไปซักที หุหุหุ….แต่ผมมองว่าถ้ามันไม่ถูกต้องสุดท้ายมันก็ไม่เวิร์คครับ)
3.Time to Publish !
หลังจากที่เราได้สร้างหน้าสินค้าไปแล้วก็จะได้ URL นั้นมาสิ่งที่เพื่อนๆต้องทำก็คือ เอามันไปโพส ซะ ใครมี Twitter ก็โพสลงไป ใครมี Facebook ก็จัดไปเลย รับรองว่าท่านจะมีทั้ง Traffics และลิงค์กลับมามากมาย จุดประสงค์ของมันก็คือ การชักนำเหล่าบอท และแมงมุม ให้เข้ามาเก็บข้อมูล หรือเรียกว่ามาเก็บ Index ครับ ด้วยตัวผมเองได้ทดลองอะไรหลายๆอย่างๆ ในการเก็บข้อมูลของ Search Engines ซึ่งมีข้อสังเกตว่า บอทในที่นี้มีหลายแบบครับ มีแบบ บอทตัวน้อย บอทตัวใหญ่ๆ มาบ่อยๆ หรือนานๆมาที แต่สิ่งสำคัญจะอยุ่ที่การเข้ามาครับ ทุกครั้งที่ผมจะทำสินค้าตัวใหม่ ผมจึงเลือก Social Media sites ในการเรียกบอทเข้ามาเก็บ Index ครับ สำหรับคนที่ใช้ Wordpress ก็จะได้เปรียบในส่วนของ Ping ครับ
ตอนนี้ผมว่าจบแค่นี้ก่อนละกัน หวังว่าพอจะเข้าใจไอเดียว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมพยายามอธิบายคือการเรียกบอทให้มา index หน้าสินค้าและพยายามนำไปโปรดมทเพื่อทำอันดับอีกที แต่ไม่ใช่การโพสใน social Media sites และหวังจะขายสินค้าได้ทันทีครับ เพราะความเป็นจริงเราก็รู้ๆกันอยู่ว่า Social Media sites หรือ Social Book Mark นั้น ไม่ใช่ว่าโพสไปแล้วจะขายได้ทันที แต่มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ SEO Search Engine Optimization อันดับเท่านั้น ซึ่งผมขอเรียกว่า Links Building!
Full Story »
Filed under Songchai SEO Tips
Tags:Affiliate Programs, Boutique Hotels, DIY, Friend List, Google AdSense, Inbound Link, index, Links Building!, Luxury Hotels, Marketing Agency, Ping, Promoting Products, Promoting Products Not Branding, Search Engine Optimization, seo, Social Media sites, Social Network Marketing, Traffics, Twitter, การโปรโมต บล็อกเพื่อขายสินค้า, นักการตลาด, บล็อก, พยายามโปรโมต, ลิงค์, ลิงค์หน้าสินค้า, วงการไอที, หลังไมค์, แบรนด์, โรงแรมโซนไหน
กลับมาเขียนบทความกันอีกคำรบแล้วนะครับ ช่วงนี้ผมมีงานยุ่งๆในการทดสอบรูปแบบการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะ Social Network Marketing ครับ ทดลองไปเขียนมาเล่าสู่กันฟังครับ สำหรับวันนี้ผมก็ขอหยิบยก สุดยอด Social Network site ที่มาแรงสุดๆ(ผมว่าไม่มีใครแรงกว่านี้แล้วนะครับ) Facebook.com ว่ากันว่า Facebook นั้นมีผู้ใช้งานทั่วโลกร่วมๆ 80 ล้าน ยูสเซอร์ เข้าไปแล้วนะครับ ซึ่งเป็นผู้ที่มักมีพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยผ่าน
อินเตอร์เน็ต!! ใช่แล้วครับ ซึ่งบรรดาผู้ใช้งาน Facebook นั้นมีช่วงอายุต่างๆ หลายๆอาชีพ หลายๆความชอบ ซึ่งแบ่งออกปลีกย่อยไปมากมาย กลายเป็นความชอบเฉพาะกลุ่ม (Niche) และจัดตั้งกลุ่มต่างๆมากมาย Facebook นั้นทำอะไรได้มากมาย มีแอปปลิเคทชั่นต่างๆ มากมาย เช่นเกมส์ แบบสำรวจ(Poll) กลุ่มแนวร่วมต่างๆ (Groups) สำหรับประวัติความเป็นมาแบบย่อๆของ Facebook นั้นถือกำเนิดมากจาก Harvard University (ชื่อดังเลยหละ) โดยผู้ก่อตั้งที่ชื่อว่า Mark Zuckerberg และก็ได้เพื่อนๆในคณะ ที่ชื่อ Dustin Moskovitz และ Chris Hughes จะว่าไปแล้วทั้งสามคนนี้ก็เป็นเศรษฐีไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมกับเพื่อนๆจะสามารถตักตวงผลประโยชน์จาก Social Network อย่าง Facebook นั้นก็คือ การทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม เพื่อโปรโมทเว็บไซต์, บล็อกของเรา โดยมีจุดขายที่ตรงกลุ่มกับสมาชิกใน Facebook ที่มีความชอบ(อาจเป็นตัวสินค้า) หรือเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ ซึ่งตอนนี้นั้นกระแสกรทำการตลาดผ่าน Facebook นั้นมาแรงอย่างมากครับ วันนี้ผมจะขอพูดถึงข้อมูลโครงสร้างคร่าวๆใน Facebook ที่เราควรรู้กันบ้างพอหอมปากหอมคอนะครับ
1. Facebook Groups จัดกลุ่มสุ่มสร้างแบรนด์!!
เราสามารถที่จะสร้างกลุ่มหรือ Group ได้ เพื่อใช้ในการเป็นสื่อกลางระหว่างเพื่อนๆของเราที่มีความชอบแบบเดียวกัน เข้ามาพปปะสังสรรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเราเองก็สามารถที่จะสร้างแบรนด์สินค้าไปในตัวได้ครับ เห็นข้อดีแล้ว ลองมาดูตัวอย่าง เล็กๆน้อยๆนะครับ เช่น หากเรามีร้านอาหารทะเลในพัทยา จากนั้นเราก็สร้างกลุ่ม “Pattaya Lover” ประมาณนี้ แล้วก็ชักชวนเพื่อนๆใน Facebook มาเข้ากลุ่ม โดยผลประโยชน์ที่เราจะได้นั้นก็คือ การทำตลาดไปพร้อมกัน ในการสร้างกลุ่มขึ้นมาครับ(ใครอยากรู้รายละเอียด ก็คอมเม้นท์มาเยอะนะครับ ฮิ้วๆ)
ท่านประธานธิบดีของอเมริกาก็ใช้ Facebook Group ในการหาเสียงด้วยนะครับ
2. Facebook Pages ได้เวลาหาแฟนคลับให้กับตัวเองแล้ว!!
จะว่าไปแล้วการมี Group ก็ถือว่าเจ๋งพอตัวแล้ว แต่ว่า Facebook Pages มันมีลูกเล่นมากกว่านั้นอีกครับ เพราะว่า Facebook Pages นั้นมันทำอะไรได้เยอะกว่านั้นอีกครับ เราสามารถสร้างกลุ่ม Fanclub ในห้า Pages ที่เราสร้างขึ้นได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นผมเป็น Artist หรือศิลปินชื่อดัง ผมสร้างหน้าขึ้นมาซึ่งทาง Facebook จะมี application โปรแกรมลูกเล่น เช่น Slideshow มาเพิ่มสีสันลูกเล่นให้น่าสนใจ แฟนๆก็กลับมาเข้าชมเรื่อยๆครับ (จริงๆรายละเอียดมันเยอะมากๆนะครับ คงเอามาอธิบายทีเดียวไม่หมดครับ)

นี่คือ Faebook Page ของท่านนายกอภิสิทธิ์ของเราครับ ที่ลิงค์http://www.facebook.com/pages/Abhisit-Vejajiva/17171146143
Facebook นั้นยังมีลูกเล่นอื่นๆอีกมากมายซึ่งเหล่า Online Marketers สามารถนำมาใช้งานได้เป็นอย่างดีเช่น
1. Facebook Events
2. Poll , Networks& Beacon
3. Marketplace
4. Application
ยังมีลูกเล่นอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย คอยตามข่าวกันให้ทันเถอะครับ หุหุหุ เอาเป็นว่า ผมจะลงรายละเอียดตามคอมเม้นท์ที่ต้องการนะครับ กลัวว่าเขียไปแล้วจะไม่มีคนอ่าน หุหุหุ
ทรงชัย ณะอำภัย(ต๊ะ)
Full Story »
Filed under SEM News, Songchai SEO Tips, Uncategorized, จิปาถะ สบายๆ
Tags:Chris Hughes, Dustin Moskovitz, Facebook, Facebook Group, Facebook Pages, Harvard University, Mark Zuckerberg, Slideshow, Social Media site, Social Network Marketing, กลุ่มแนวร่วม, การตลาดใหม่ๆ, จัดกลุ่มสุ่มสร้างแบรนด์, ทรงชัย ณะอำภัย, ประธานธิบดีของอเมริกา, สร้างแบรนด์สินค้า, แบบสำรวจ
สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลง หุหุ หายไปเกือบสองอาทิตย์อีกแล้วซิครับ ก็ขอเวลาไปผักผ่อนบ้าง ช่วงนี้งานมันเคลียร์ไปเยอะ ก็เลยพาครอบครัวไปเกาะช้างมาซะหน่อยครับ แต่หลังจากกลับมาได้ไม่นาน งานก็เข้าครับ….เข้าเฝือก..เนื่องจากความทุ่มเท่ในเกมส์กีฬามากไปซํกนิดส์นึง กับฟุตบอลเจ็ดคนที่ ผมมักเข้าร่วมแข่งขันครับ เนื่องจากต้นสังกัดของผมหวังผลมากกับสามคะแนน เพื่อกรุยทางไปรอบสอง อิอิ โม้ซะยาวเหยียด เรื่องของเรื่องก็กระดูข้อเท้าผมมันเคลื่อนเล็กน้อย ต้องเข้าเฝือก ซักสามอาทิตย์ งานนี้คงจะมีเวลาหยุดยาวๆ ถึงวันที่ 24 เลยครับ ก็เลยตั้งใจว่าจะเขียนบทความดีๆ และมีประโยชน์ออกมาซะหน่อยครับ
วันนี้ขอพูดถึงเรื่อง Social Network Marketing อีกซักครั้งนะครับ เพราะกระแส Twitter ในบ้านเราก็ตามตูดต่างประเทศแบบกระชั้นชิด ชนิดที่ว่า ทวีตกันทั้งวันทั้งคืน ส่วนตัวผมเองก็ใช้ Twitter มาเป็นสถานที่ปล่อยข้อความและความเคลื่อนไหวในชีวิตตัวเอง รวมทั้งโปรโมตเว็บไซต์ด้วย!!! ก็ใครบ้างละจะไม่ชอบให้บอทมันไต่ตามลิงค์ไปยังเว็บไซต์ตัวเอง หุหุหุ สำหรับกระแสของ Social Network นั้นจัดว่าแรงโครตๆครับ ถ้าถามกัน ณ วันนี้ นาทีนี้สาวกบนโลกไซเบอร์ ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Facebook แน่นอนครับ Hi5 ที่ว่าแน่ๆ ตอนนี้โดนทิ้งท้ายไปแบบไม่เห็นฝุ่นแล้วครับ จะว่าไปแล้วเรื่องการตลาดในลักษณะนี้ Social Network Marketing ก็เปรียบได้ดัง Viral Marketing (การตลาดแบบบอกต่อ ปากต่อปาก) นั่นเอง เพราะมีการบอกต่อๆกัน ในสังคมของคนบนโลกออนไลน์ครับ แต่กระแสมันอาจจะแรงมากๆ จนกลายเป็น Talk of the Town แบบว่า ดังทั่วเมืองเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจุดหักเหของความดังก็อยู่ที่ ข่าว หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย ว่ามีความเจ๋ง ความสุดยอดที่ไม่มีใครเหมือน หรือเหตุการณ์ ภาพ คลิป(ไม่ต้องโป๊ก็ได้) ที่มันโดน!! แล้วส่งต่อๆไปเรื่อยๆ
ตัวอย่าล่าสุดที่เห็นได้ชัดมากๆ ก็เรื่องของคลิป Wonder Gay ที่มียอดคนนับล้าน!!! ครั้งใน Youtube หุหุหุ ใครไม่เคยผ่านตา ผมเอาลิงค์มาฝากด้วย อิอิอิ Wonday Gay.
สำหรับหลายๆคนแล้ว เรื่อง Social Network อาจฟังดูแล้วไม่เข้าใจว่า มันจะช่วยทำให้เราขายของได้ หรือทำให้เว็บไซต์ หรือบล็อกเราเป็นที่รู้จักได้อย่างไร จริงๆแล้วหลักการทำงานของมัน หมูมากๆ เข้าใจได้ง่ายๆ ครับ ยกตัวอย่าง Twitter นะครับ ซึ่งมันคือ Micro Blogging โดยแบ่งส่วนสำคัญเป็นสองส่วนคือ Followers ผู้ที่ติดตามรับความเคลื่อน และ Followings คือคนที่เรารับฟังความเคลื่อนไหวครับ ซึ่งในบางครั้งก็จะมีการโพสลิงค์บทความหรือ ลิงค์ขายสิค้าต่างๆ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบุคคลที่เราติดตามนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องน่าสังเกตุว่า…Twitter สามารถโพสข้อความที่เป็นลิงค์ได้ Links อะนะ ผมว่าสิ่งที่เราต้องการคือ บอท หรือแมงมุม ที่จะวิ่งไปมา ไต่ตอมเข้าเว็บนู้นออกเว็บนี้ไปมา หรือจะเป็นการโพสลิงค์เพื่อขายของ หรือลิงค์แบบสมัครต่อ ที่เรียกว่า Refers links ก็ได้ครับ
จะว่าไปแล้วมันเป้นอะไรที่มีความละเอียดอ่อนมากๆครับสำหรับ Social Network Marketing
เอาเป้นว่าเด๋วผมจะขอทุ่มเทแรงกายเจาะรายละเอียด Twitter แบบละเอียดยิบๆมาให้อ่านกันดุนะครับ วันนี้ขอนอนก่อนครับ
บทความนี้เป้นลิขสิทธิ์ของผม ทรงชัย ณะอำภัย สามารถนำไปใช้ได้ตามใจชอบ แต่ช่วยเครดิตเป็นลิงค์กลับมาด้วยครับ…ขอบคุณครับ หุหุ
Content is King วลีนี้ หมายความว่า เนื้อหาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ เสิร์ชเอ็นเจิ้น การที่เราจะมีอันดับดีๆได้ Content เราต้องดี…หรือเนื้อหาของเว็บไซต์เราต้องดีนั่นเอง แต่หากถามว่า Good Content เนื้อหาที่ดี มีอะไรเป็นตัววัดละ?? (ถามเอง..ตอบเองแล้วกัน) สำหรับผมแล้ว สิ่งที่จะบ่งบอกว่า content ที่ดีมันเป็นยังไงมีดังนี้
1. Unique Content
มันหมายความถึง เนื้อหา Content ที่ไม่ซ้ำใคร (ใครทำเว็บปั่นๆ ดึงบทความชาวบ้านมา..แบบนั้นแหละครับ หุหุ) แต่ก็มีข้อแม้สำหรับบางบล็อกและเว็บไซต์ที่ดึงข่าวแบบ RSS หรือการนำข่าวสารจากเว็บอื่นๆมาลงในบล็อกตัวเอง ( แบบ Refer กลับไปเว็บไซต์เจ้าของข่าว และบทความ) แบบนี้ถือว่าโอเคครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เสิร์ชเอ็นเจิ้นจะจัดให้เว็บไซต์ที่มี Unique Content มีอันดับที่ดีกว่า ( ผมเจอมากับตัวเองแล้วครับ อิอิ) ซึ่งสามารถที่จะสรุปได้ว่า Unique Content นั้นสามารถที่จะถีบให้อันดับใน SERP พุ่งสูงขึ้นมากกว่า คู่แข่งได้แน่นอนครับ
2. Fresh Content
ของสดๆใหม่ๆ ย่อมดีกว่าของเก่าๆ (เหี่ยวๆ เอ๊ะ!! มันเกี่ยวกันไหม??) เอาเป็นว่า Fresh Content เนื้อหาใหม้ ที่เราหมั่นอัพเดตให้กับเว็บไซต์ ของเรา ทุกๆวัน ทุกๆ อาทิตย์ ย่อมดีกว่า เว็บไซต์ที่อัพเดต เดือนละครั้ง สองครั้งแน่นอน เพราะในมุมมองของ เสิร์ชเอ็นเจิ้น บล็อก หรือเว็บไซต์ที่อัพเดตเนื้อหาบ่อยๆ บอทหรือ เหล่าแมงมุม จะแวะเวียนมาหาทุกๆวัน วันละหลายๆครั้ง ( ตามทฤษฎี ของเหล่าเซ๊ยน SEO บอทมาบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีครับ..อันนี้ฟันธง) สำหรับ Fresh Content ที่เราอัพเดตให้กับบล็อกหรือเว็บไซต์ของเรา อาจจะเป็น บทความที่นำมาจากที่อื่นก็ได้(และ Refer กลับนะครับ) แต่มันก็มาใหม่ที่บล็อกหรือเว็บไซต์ของเรา ถือว่า เป็น Fresh Content นะครับ
3. Fresh & Unique Content
มาดูอันนี้ครับ เอา Fresh กับ Unique มารวมกันซะเลย แบบนี้ สุดยอดดด!! ของสดๆ ใหม่ๆ ไม่เหมือนใคร อันนี้ถือว่าเป็น King of Content เลยหละครับ แต่มันสร้างกันไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก
บทสรุป: วิธีการที่เหล่าโปรแกรมเมอร์สมองใส เขาทำอะไรกันบ้างเพื่อที่จะได้ซึ่ง Fresh Content แบบไม่ Unique กันดูครับ วิธีหลักๆ ก็คือการใช้ RSS parser เอามาเป็นตัวช่วยในการอัพเดตข่าวสารใหม่ๆให้กับบล็อกของตัวเอง แบบอัตโนมัติครับ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆมาช่วยมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้จำไว้อยู่เสมอนะครับว่า Unique Content และ Fresh Content สู้ Fresh & Unique Content ไม่ได้นะครับ เรื่อง Content มันมีอีกเยอะมากครับ
ทรงชัย ณะอำภัย
สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ของชีวิตผม ก็ยังยุ่งๆเหมือนเดิมครับ เนื่องจากการอัพเดต PR Page Rank รวมถึง อันดับ Ranking ใน Search Engines มีการขึ้นๆลงๆ ทำให้มีปัญหาเข้ามาสู่ยอดจองโรงแรม ซะด้วย ( ผมไม่พึ่งพา PPC) เพราะขี้เกียจมานั่งดูแลรายวันครับ สำหรับวันนี้อยากจะเกาะกระแสของ E-Marketing กันซะหน่อยนะครับ เนื่องจากว่า เมื่อสภาวะของประเทศโลก (ประเทศโลก หมายถึง ทุกๆประเทศทั่วโลกๆ หุหุหุ) เหตุผลที่ต้องมานั่งจับกระแส E-Marketing อีกครั้ง แะเกาะให้ติดหนึบมากกว่าเดิม ก็เป็นเพราะว่า ทั่วโลกกำลังเจอ สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าขายยากมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพา ช่องทางในการทำการตลาดแบบประหยัดและได้ผล แบบตรงจุด ตรงกลุ่มลูกค้า ซึ่ง E-Marketing มันก็คือคำตอบที่ใช่ ( ผมฟันธงว่า ใช่แน่นอนครับ) ข้อดีมากมาย ที่ E-Marketing สามารถพิสูจน์ได้ว่า มันเป็นช่องทางในการทำตลาดได้ดี ถูก ประหยัดเงิน ตรงกลุ่ม ลูกค้า ไม่เหมือนการทำการตลาดแบบสื่ออื่นๆ เช่น ทีวี วิทยุ ที่มีราคาค่าลงโฆษณาที่สูง และดูเหมือนเป็นการหว่านเมล็ดเงิน ที่ไม่คุ้มค่า สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และกลุ่มสินค้าที่ต้องทำการตลาดแบบ นิช(ตลาดที่ มีกลุ่มลูกค้าไม่มาก แต่ซื้อตลอดทั้งปี) ถ้าเพื่อนๆ นึกภาพไม่ออก ลองดู rabbitcafe.net ครับ สังคมคนรักกระต่าย อิอิ (แอบโปรโมท เว็บเพื่อนครับ อิอิ )
สำหรับผมแล้ว มักจะเน้นหนักไปที่การใช้ Search Engine Marketing เป็นหลักในการทำการตลาดออนไลน์ ครับ แต่เพื่อนๆรู้ไหมครับว่า E- Marketing นั้นมันมีวิธีและช่อทางไหนบ้างครับ…ไม่ต้องงงครับ เพราะผมรวบรวมเอามาให้ดูกันแล้วครับ ซึ่งมันวิธีต่างๆมากมายดังนี้ครับ
1. Online Media Marketing
สื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มักผมจบกันเป็นประจำทั่วไป เช่น แบนเนอร์ Banner ผมมากในเว็บท่าต่างๆ เช่นที่ sanook.com เป็นต้น ประสิทธิภาพของการโฆษณาแบบนี้นั้น ขึ้นอยู่กับตัวสินค้า และกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญ จุดประสงค์และผลลัพท์ที่ทางผู้ลงโฆษณาต้องการครับ เช่น ผมต้องการที่จะโฆษณา สินค้าที่เป็นเครื่องสำอางค์ชนิดหนึ่ง ที่เปิดตัวสินค้าใหม่ เป็นแบรนด์ใหม่ สิ่งที่ผมต้องการก็คือ อิมเมจ ภาพลักษณ์ และ แบรนด์สินค้า ที่ต้องการให้คนรู้จัก ซึ่งการใช้ แบนเนอร์ ในการโปรโมตมันึงเป็นทางเลือกที่ดี ยิ่งลงโฆษณษกับเว็บไซต์ใหญ่ๆ แทรฟิค ต่อวันสูงๆ จำนวนคนที่ได้เห็นโฆษณาก็จะมีมากขึ้น แบรนด์ของสินค้าก็จะได้รับการซึมซับเข้าไป….แต่โฆษณษแบบนี้เอามาใช้งานกับการขายสินค้าแบบ Affiliate Marketing ได้ยากครับเพราะ เราไม่ทราบกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนและค่า CTR ก็จะดูไม่ได้เลย อิอิ
2.Search Engine Marketing การทำตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นเจิ้น
วิธีนี้เป็นการทำตลาดที่ได้ผลตรงกลุ่ม สามารถทำให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว(แต่เสียเงิน) เหตุผลที่ การทำตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นเจิ้น ได้รับความนิยมอย่างมากในโลก (ที่เมืองไทยเรานี่ ยังใหม่อยู่ แม้จะมีเข้ามาหลายปีแล้ว) แต่ก็รู้กันในวงแคบๆ ข้อดีสำหรับ การทำตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นเจิ้นนั้นสรรพคุณเยอะมากๆ เพราะทุกววันนี้ เสิร์ชเอ็นเจิ้น เปรียบได้ดังคลังฐานข้อมูลมากมาย ครอยากรู้อะไรก็เข้า กูเกิล พิมพ์คีย์เวิร์ดหรือคำที่ต้องการหาครับ สำหรับการใช้ การทำตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นเจิ้น นั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองวิธีหลักๆ ดังนี้ครับ
การทำตลาดโดยจ่ายค่าลงโฆษณากับเสิร์ชเอ็นเจิ้น PPC Pay Per Click Program
เพื่อนๆที่ได้เข้าสู่วงการ Affiliate Marketing คงรู้จักกันดีแล้ว PPC อันดับหนึ่งก็ Google AdWords ครับซึ่งข้อดีของการโปรโมทและทำการตลาดด้วยวิธีนี้คือ รวดเร็วทันใจ ตรวจสอบผลลัพท์ได้ตลอดเวลาครับ แต่ข้อเสี่ยของมันคือ เราต้องเสียเงินไปประมูล คีย์เวิร์ด
การปรับแต่งเว็บไซต์ SEO Search Engine Optimization
วิธีนี้นิยมทำกันเยอะแต่ได้ผลช้า ใช้เวลานาน แต่ถ้าติดอันดับแล้วละก็ ติดกันยาวเลยครับ จริงๆ ผมเองไม่อยากเขียนอธิบายอะไรกันมากสำหรับวิธีนี้ ต้องหาอ่านตามหนังสือและเว็บบอร์ดของชมรมเอาครับ
ช่วงนี้งานเข้าอีกละลอกเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้ามาเขียนอะไรมากนัก ถ้าใครมีคำถามอะไรลองเมลย์มานะครับ
ทรงชัย
สวัสดีครับ วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเขียนบทความใหม่ๆ ซะทีนะครับ หลังจากวุ่นวายกับงานต่างๆมากมายไปพอสมควรครับ เนื่อจากว่าผมเองได้ใช้เวลาไปพอสมควรกับการ ทำงาเขียนชุดใหม่ที่ บรรจงสร้างสรรสำหรับมือใหม่ (เป็นเนื้อหาที่เบสิคสุดๆสำหรับ e-Business สำหรับ Affiliate Marketing) ยังไงถ้าพร้อมแล้วผมก็จะเอาสารบัญมาให้ชมครับ กลับเข้าสู่เนื้อหากันดีกว่าครับ
Google Analytics : กูเกิล อนาไลท์ติกส์
ในบรรดาเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ช่วยในการตรวจเรื่องสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่นเข้ามาจากไหน มาจากประเทศอะไร เข้ามาจากเสิร์ชเอ็นเจิ้นไหน ซึ่งมีบริการในลักษณะแบบนี้มากมาย ในอินเตอร์เน็ตครับ ลองมาดูจุดเด่นของ Google Analytics กันครับ

1. Free Free ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ของฟรีและดี ก็เพิ่งเคยเจอครับ เครื่องมือสำหรับนักการตลาดระดับมืออาชีพ แต่เอามาให้ใช้ฟรีๆแบบนี้ ไม่ใช้ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ
ปล.จริงแล้ว Google Analytics นั้นเป้นบริการที่เสียเงิน ก่อนที่ทาง Google Inc จะเข้ามาซื้อกิจการครับ เหตุผลที่กูเกิลให้บริการฟรี นั้นก็เพื่อปรโยชน์กับระบบฐานข้อมูลของตัวเองและช่วยเหลือผู้ใช้บริการทางการตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นเจิ้นของ กูเกิลด้วยครับ เช่น Google AdWords

2.Keyword and Campaign Comparison
กูเกิล อนาไลท์ติกส์ มีความสามารถที่ผมเอง ต้องยอมทิ้งเครื่องมืออื่นๆไปเลยนั่นก็คือ ความสามารถที่จะตรวจสอบได้ว่า ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ของผมเข้ามาผ่าน เสิร์ชเอ็นเจิ้นที่ไหน (Google, Yahoo, Msn)…..ด้วยคีย์เวิร์ดอะไร (dog, cat, buy canon etc)……….มาจาก ประเทศอะไร (Japan, usa, UK etc)…….เมืองไหน (London, Tokyo etc)……มันละเอียดได้มากขนาดนั้นจริงๆครับ ซึ่งจะมีประโยชน์สำเรามากๆครับ เพราะเวลาที่เราต้องมาปรับแต่งเว็บไซต์ หรือทำ SEO Search Engine Optimization รวมทั้งการโปรโมทเว็บไซต์แบบต่างๆ จะทำให้มองเห็นแนวทางได้ชัดเจนมากยิ่งๆขึ้นครับ

3. AdWords Integration
ทำงานร่วมกับ AdWords ได้อย่างลงตัว (ก็มันเจ้าของเดียวกันนี่ครับ หุหุ) นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากมายครับ เพราะปัญหาที่เหล่า AdWords users ที่ต้องการความละเอียดในการตรวจสอบว่า มีการคลิกที่โฆษณาของเค้านั้น มาจากที่ไหนบ้าง (บางคนต้องการรู้ว่า คลิกจากที่ไหน แล้วจะซื้อสินค้าไหม) แต่สำหรับผมเองแล้ว ยังไม่ได้ลองเล่นกับ ฟังน์ชั่นนี้ครับ เพราะ SEO โดดๆ หุหุ
ปล. เพื่อนๆ ที่ใช้ PPC ในการโปรโมทสินค้า ผมขอแนะนำให้ใช้ครับ มันสามารถช่วยท่านได้ในกรณีที่มีการแกล้งคลิก หรือ Click Fraud
ปล.2 การติดตั้ง โค๊ด ของ กูเกิล อนาไลท์ติกส์ ทำได้ที่ บัญชี Google AdWords นะครับ

4. Designed for All
กูเกิล อนาไลท์ติกส์ ขยายขีดความสามารถต่างๆ ให้สอดคล้อง บล็อกและเว็บไซต์ได้ทุกๆขนาด ด้วยสคริปท์โค๊ดไม่กี่บรรทัด ที่เรานำไปวางไว้ที่หน้าเว็บเพจเท่านั้น รายงานต่างๆ จากผู้ที่เยี่ยมชมเว็บไซต์และบล็อกก็เก็บสถิติต่างๆ มายังบัญชี กูเกิล อนาไลท์ติกส์ ของเราแล้ว อัพเดตกันแบบทันใจทั้งวันครับ สำหรับเซิฟเวอร์ที่ทาง กูเกิล อนาไลท์ติกส์ใช้นั้น ได้รองรับนั้น ไม่มีการแบ่งแยกเซิฟเวอร์ สำหรับเว็บไซต์หรือเว้บไซต์ขนาดเล็ก ทุกเว็บไซต์จะใช้เซิฟเวอร์ตัวเดียวกันหมด (ไม่แบ่งชนชั้นวรรณ อิอิ)

5. Easy to Use
ใช้งานง่ายสุดๆ สำหรับผมเลยครับ อย่าที่บอกว่า แค่โค๊ดไม่กี่บรรทัด ลงไปแค่ครั้งเดียว ที่เหลือเราก้นั่งตรวจสอบรายงานต่างๆ มากมาย(ย้ำว่า รายงายละเอียดยิบๆ)
ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย เล็กๆ มากมาย ให้เราได้ค้นคว้า ที่สำคัญ ผมมั่นใจอย่างมากว่า Google Analytics มีคุณลักษณะทั้งหมดที่คุณต้องการ(แต่ยังใช้ไม่เป็น อิอิ) และตัว Google Analytics ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะฉนั้นอย่ารอช้า ที่ลองเข้ามาใช้ครับ แล้วเพื่อนๆจะจิดใจ
ปล.ผมไม่ได้ค่าโฆษณาแต่ย่างใด จากทาง Google (แต่ยินดีถ้าทาง Google จะมีค่าขนมให้ผม หุหุหุ)
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผม เอาไปใช้ได้ตามสะดวก แต่ช่วยทำลิงค์กลับมาด้วยนะครับ
ทรงชัย ณะอำภัย (ต๊ะ)
Full Story »
Filed under Songchai SEO Tips, Uncategorized
Tags:AdWords Integration, Affiliate Marketing, Click Fraud, E-Business, Google AdWords, Google Analytics, Google Inc, Search Engine Optimization, seo, การตรวจเรื่องสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์, กูเกิล, กูเกิล อนาไลท์ติกส์, ฐานข้อมูล, สถิติผู้เข้าเว็บไซต์, เสิร์ชเอ็นเจิ้น, แกล้งคลิก
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้วันจันทร์ เป็นวันทำงาน(หนัก ของหลายๆคนนะครับ (ผมก็ด้วย) แต่อยากเขียนเรื่อง ลิงค์ Links ซึ่งมันไปเกี่ยวเนื่อจากการ สนทนาหลายๆครั้ กับเพื่อนๆครับ ซึ่งคุยกันเรื่อง Link Building ซะเป็นส่วนมากครับ เพราะการสร้าง ลิงค์กลับมาสู่เว็บไซต์ หรือ Back Links มันมีควมสำคัญอย่างมากในการทำอันดับ Ranking ของเราใน เสิร์ชเอ็นเจิ้น ครับ
การสร้าง แบ็คลิงค์ Back Links คือกระบวนการหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Links Building เป็นการสร้างรากฐานสำคัญให้กับเว็บไซต์ของเรา เหมือนดังคำพูดที่ว่า “Content is King Links is Queen” ฮิตกันเหลือเกินสำหรับสดลแกนนี้ แต่ยังไงซะ มันก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจมองข้ามได้ครับ ลิงค์ Links เป็นตัวแปรสำคัญในกระบวนการคำนวณ ของ Algorithm ขอแต่ละ เสิร์ชเอ็นเจิ้น คุณภาพลิงคสูง คะแนนและค่าของมันก็สูงตามไปด้วยครับ
เราวกกลับมาที่เรื่องของ ลิงค์ต่อครับ เราต้องเรียนรู้ว่า ลิงค์แบบไหนที่สามารถ ที่มีคุณภาพดีที่สุด และ ลิงค์แบบไหนที่ให้คะแนนน้อยที่สุด รวมถึง ลิงค์แบบไหนที่เราไม่ควรเอาเข้าสู่เว็บไซต์ของเราครับ ซึ่งผมได้จัดเตรียมมาไว้ให้แล้วตามรายละเอียดดังนี้ครับ
Related Content Links
ลิงค์ที่ดีที่สุด ที่จะส่งมายังเว็บไซต์และบล็อกของเรา ก็คือ ลิงค์จากเว็บไซต์และบล็อก ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง กับเว็บไซต์ของเรา เช่น เรามีเว็บไซต์เกี่ยวกับ Thailand hotels ลิงค์ที่เข้ามาหาเราส่วนใหญ่จะเป็น Thailand Travels Guides ต่างๆ ถือว่า เป็น Related Content Links ครับ เพราะเนื้อหาเกี่ยวข้อง มีประโยชน์ และเว็บไซต์ของเราถูกอ้างอิง และส่งลิงค์กลับมาให้
Links from Link Farm
เพื่อนๆหลายคน อาจไม่รู้จัก ลิงค์ ฟาร์ม Link Farm จริงๆมันก็คือ ลิงค์ ที่มากจากหน้าเว็บเพจ ที่มี ลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์ต่าง มากมายหลายร้อย หลายพันลิงค์ บางท่านอาจคิดว่า “แล้วพวกลิงค์จากสารบัญเว็บไซต์ละ ถือว่าเป็น ลิงค์ ฟาร์ม Link Farmไหม” ขอบอกเลยว่า มันต่างกันครับ เพราะ สารบัญเว็บไซต์ Directory จะมีความต่างกัน ตรงที่แบ่งหมวดหมู่ เป็นระเบียบและมี ลิงค์ออก ไม่เยอะเช่นเดียวกับ ลิงค์ ฟาร์ม Link Farm ครับ เพราะฉนั้นตรวจสอบการแลกลิงค์ หรือลิงค์ที่เข้ามาบ่อยๆว่ามาจาก ลิงค์ ฟาร์ม Link Farm หรือไม่นะครับ
Links from Adult & Ilegal Sites
ลิงค์จากเว็บไซต์ต้องห้ามต่างๆ เช่นพวกเว็บโป๊ เว็บการพนัน Casino รวมถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับยาเสพติด และยาต้องห้ามต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งครับ
ปล. ลิงค์จากเว็บไซต์เหล่านี้ สามารถทำให้มีปริมาณ Traffics มากได้โดยง่าย (สงสัยเป็นเพราะเนื้อหามันดี คนชอบเยอะ อิอิ) แต่ก็ถือว่าเป็นหาหา Traffics แบบหมวกดำ เต็มๆ
เรื่อของลิงค์ยังมีอีกมายมาก แต่หัวข้อทั้งสามที่ยกมาพูด ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆครับ ถ้าอาทิตย์นี้ผมพอมีเวลาว่าง จะเข้ามาเขียนรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมให้ครับ
ทรงชัย ณธอำภัย (ต๊ะ)
Full Story »
Filed under Songchai SEO Tips, Uncategorized
Tags:Back Links, Link Building, Link Farm, Links ลิงค์, Ranking, Thailand hotels, Thailand Travels Guides, ลิงค์ ฟาร์ม, ลิงค์ ฟาร์ม Link Farm, อันดับ Ranking, เสิร์ชเอ็นเจิ้น
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกๆท่าน วันนี้ผมขอแว๊บมาอัพเดตข่าวสารวงการ E-Business อีกซักรอบ แต่จะแว๊บไปพูดถึงเรื่อง SEO ซะหน่อย
ปล. SEO = Search Engine Optimization หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดใน เสริจเอนเจิ้น เช่น Google นะครับ (อธิบายหน่อยเพื่อหน้าใหม่ๆไม่รู้ครับ)
วันนี้ก็จะมาแถลงไขซะที หลายๆคนถามกันมาเยอะว่า พี่ต๊ะครับ เราต้องติดอันดับที่เท่าไหร่ใน Search Engine อย่าง Google ครับ หน้าแรกเนี่ยอันดับ 1-3 เท่านั้นหรอ? ผมเองก็ตอบไปประมาณเกือบสิบรอบเ็นจะได้ครับ ทางเมลย์ ทาง MSN อีกนับไม่ถ้วน ฮ่าๆ ก็เลยคิดว่า เอามาเขียนซะ ก็จบเรื่อง อิอิ ใครถามผมก็ให้เข้าไปอ่านซะเลย หุหุหุ
เข้าประเด็นเลยแล้วกันนะครับ ก่อนอื่นก็ขอให้ดูกราฟรูปนี้ก่อนครับ เป็นผลสำรวจนะครับ

จากรูป ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากครับ อันดับที่หนึ่งมากสุด(ฮ่าๆ อันนี้ใครๆก็รู้ จริงม๊ะครับ) ตามมาด้วยที่ สองที่ครอง % มาถึง 12 % แต่ที่สามนี่ หายไปเยอะมากๆ มีเพียง 9% ครับ ซึ่งผมบอกไดด้เลยว่า ใครที่กำลังเล่นกับ SEO อยู่ ทำให้ติด 1-3 โอกาสที่คุณจะปิดการขาย ก็มี % มากขึ้นแน่นอน แต่…………….อย่าพึ่งด่วนสรุปไป เพราะถ้าคุณสามารถทำให้ เว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ ติดที่หน้าสอง อันดับแรกได้ ( ยากนะเนี่ย อิอิ) คุณก็มีส่วนแบ่งถึง 10% จากการค้นหาของ คีย์เวิร์ดนั้นๆ !!!!!!! น่าสนใจละซิ แต่ผมคงบอกไม่ได้ว่าทำยังไง หรือบอกได้???? อิอิ
เอาเป็นว่าวันนี้มาอัพเดตุเรื่องส่วนแบ่งก่อนนะครับ
ต๊ะ ทรงชัย
Older Posts »